วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอลลงมาแลกบิลที่ใช่ณทรวง หลุยส์ฟานกัล

มาดูระบบที่ใช่ในใจ หลุยส์ฟานกัล




วิเคราะห์ผลบอล: ภายหลังที่ผลงานของทัพ กรุ๊ปปีศาจแดง ทันทีที่สุดอาทิตย์ที่ผ่านมา นั้นคือการเปิดบ้านเฉือนชนะ หมู่คริสตัล พาเลซ ไปด้วยผลบอล 1 - 0 ซึ่งนั้นอาจดูไม่ใช่ผลงานที่น่าพอใจนักเหตุด้วยแฟนบอลสักเท่าไหร่ แต่นี่เป็น 3 แต้มที่ทุกคนยอมรับได้แน่นอนๆ ว่าล้ำค่าเหละบือเกินเพราะเวลาช่วงนี้ เพราะว่ามันทำให้เราขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 7 ของตารางเลยทีเดียว

พร้อมด้วยก่อนที่ ฝ่ายปีศาจแดง นั้นจะกรีฑาทัพลงสนามในแต่ละเกมนอกจากจักสร้างความลำบากใจในการทำงานให้กับผู้จัดการเหล่า หลุยส์ ฟาน กัล แล้ว ก็ยังสร้างความอึดอัดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราๆ ที่ต้องมาเกร็งตลอด 90 นาทีก็ว่าได้

เกี่ยวกับแนวรุกที่ดีที่เป็นแถวหน้าของโลก แต่ตีบตันในหนทางในการส่งลูกไปกองก้นตาข่าย กับแนวรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่ พร้อมเสียประตูได้ในทุกนาทีไม่ว่าคู่แข่งจะเก่งหรืออ่อนแค่ไหนก็ตาม ไม่ปางเท่านั้น ยังโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเข้าโถมจนแทบจักพิกลพิการ พร้อมกับบวกกับเรื่องนักเตะสมองลิงที่โดนไล่ออกไปแบบโง่ๆ จนตัวเลือเลื่องกน้อยลง นัดที่เจอกับเหล่าส่วนล่างของตารางอย่าง ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ทำให้หน้ากลัวไม่ต่างการเจอกับหมู่ท็อปโฟร์




ภาพนี้นี่คือแผนแรกที่ฟานกัลใช้ประเดิมทัวร์อเมริกา

ซึ่งแม้นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา หลุยส์ ฟาน กัล นั้นได้เปลี่ยนแปลงเหล่าจากเดิมไปมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวผู้เล่น ที่เติมนักเตะฟุตบอลระดับโลกเข้ามา โละแข้งที่ไร้ประโยชน์ออกไป เปลี่ยนแปลงคณะงานเป็นคนที่ตนไว้ใจ แต่ยังคงเก็บคนเก่าแก่ที่รู้งานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เอาไว้ จัดการแต่งตั้งกัปตันคณะคนใหม่เป็นคนที่น่าจักเหมาะสมที่สุดในหมู่ชุดนี้ พร้อมกับที่สำคัญปรับปรุงระบบการเล่นให้เหมาะสมกับฝ่ายมากที่สุด

พร้อมทั้งข้อสุดท้ายนี่แหละที่ยากเย็นเข็ญใจเสียเหโจษเกิน ก็เพราะว่าทุกวันนี้ ตัวหลุยส์ ของเรา เองก็ยังคงยอมรับว่าตนเองก็ยังตามหาแผนการเล่นที่ใช่ของ หมู่ปีศาจแดง ถัดจากนั้น ถึงแม้ว่าจะเข้ามาดูแลฝ่ายเป็นเวลาเกือบครึ่งซีซั่นไปแล้วก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงกลุ่มที่พังพินาศคราวซีซั่นก่อน

ที่เกริ่นต้นด้วยการซ่อมด้วยการเติมอะไหล่ดีๆ เข้าไป จักเป็นต้องหาวิธีการทำงานให้ของเหล่านั้นทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแล้วน่าจะเป็นงานหนักพอควร ด้วยกันคงไม่ใช่ในเวลาอันสั้นแน่นอน แต่ก็ไม่ควรจบฤดูกาลมือเปล่าแบบซีซั่นที่แล้ว




ภาพระบบที่ฟานกัลปรับเปลี่ยนใช้งานช่วงทดลองคณะ

เนื่องด้วยแผนการแรกที่บรรจงวางเป็นระบบของทีมในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือแผนการเล่นที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในการพาพวกชาติ ฮอลแลนด์ ของตนประกาศศักดาคว้าอันดับ 3 ของโลกได้ในการละเลงแข้ง เวิลด์คัพ ครั้งล่าสุดที่ดินแดนแซมบ้า


  • ซึ่งนั่นก็คือ 3-5-2 ที่เซ็นเตอร์ 3 คนที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายแต่มีความเข้าอกเข้าใจ การอ่านเกม การประสานงาน และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม 
  • ส่วนมิดฟิลด์ที่ลอดบอลได้ดี วิงแบ็กที่เติมเกมรุกได้สูงพร้อมทั้งวิ่งกลับได้ทัน พร้อมทั้งเปิดบอลได้แม่นยำ บวกกับสองหัวหอกที่ทะลวงบอลให้กันได้ดีด้วยกันมีความเร็วเป็นหลัก 
  • ทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับคณะในช่วง ปรี - ซีซั่น ที่สหรัฐอเมริกา พาหมู่ชนะได้หลายนัด พร้อมเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่พอมาใช้แน่ๆในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรก ก็ด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านต่อ เหล่าสวอนซี ซิตี้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์


พร้อมกับด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่พร้อม แนวรับที่ไม่เข้าขากัน กับขาดประสบการณ์ แต่ทุกคนยังเชื่อในระบบ แต่กับอีก 3 เกมถัดมา 3-5-2 ก็ยังคงไม่อาจนำพาชัยชนะมาสู่ทีมได้ แถมยังตกรอบ แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการปราชัยพวกรองบ่อนอย่าง ทีมเอ็มเค ดอนส์

ซึ่งผลสุดท้ายการที่ได้ มาร์กอส โรโฮ เข้ามามีบัญชีชื่อในหมู่ พร้อมทั้งการที่ทีมมีหัวหอกระดับโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ทำให้ ฟาน กัล เลิกดื้อแพ่ง และปรับระบบมาเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ไม่ใช่หรือแบบที่เราเรียกว่าเหลี่ยมเพชร ที่โหมโรงต้นได้อย่างงดงามที่การไล่ยำ พวกควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ได้ถึง 4-0 เหมือนที่ควรจักเป็นไปตามฟอร์มของหมู่

เพราะการเกริ่นต้นสวยงาม แต่เกมต่อมากลับมาสวยด้วย เพราะว่าลูกทีมซาตานกลับบุกไปจำนนหมู่น้องใหม่อย่าง กรุ๊ปเลสเตอร์ ซิตี้ ผลบอล 5-3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 3-1 แต่ด้วยความย่ำแย่แบบไม่น่าให้อภัยของแนวรับ ทำให้ทีมต้องเสียประตูง่ายๆ แบบไม่น่าให้อภัยเช่นกัน นัดต่อมาก็กู้หน้าได้อีกครั้ง ด้วยการชนะ กลุ่มเวสต์แฮม 2-1 ในโรงละครแห่งความฝัน แต่ก็ต้องสังเวยด้วยใบแดงของกัปตันทีม เวย์น รูนีย์




ภาพแท็กติก 11 ผู้เล่นตัวเป็นแน่แท้ในฝันของสาวก คณะปีศาจแดง

ในเกมต่อมาระบบยังคงเดิม ทำให้เอาชนะ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน ได้ถัด แต่ก็ยังมีปัญาหานักเตะบาดเจ็บตามมา ซึ่งตอนนั้นคือ ราดาเมล ฟัลเกา ที่โหมโรงปรับตัวเข้ากับหมู่ได้บ้าง นั่นทำให้ ฟาน กัล ต้องปรับระบบอีกครั้งพร้อมกับคราวนี้ปรับมายืนเป็น 4-2-3-1 ยอดนิยม

พร้อมทั้งยังเป็นได้ปรับเป็น 4-1-4-1 ได้ เพราะว่ามี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลูกรักยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า พร้อมทั้งตามมาด้วยการย่ำแย่ลงของพิษสงในแนวรุกของเหล่า รวมไปถึงการแจ้งเกิดของลูกรักคนที่สอง อัดนาน ยานาไซ เด็กคนนี้อาจมีอนาคตแท้ แต่ดูจักยังไม่ใช่ทุกวันนี้

เกี่ยวกับระบบนี้ไม่เอื้อให้ คณะปีศาจแดง ในการทำเกมรุกได้หลากหลายเหมือนระบบเหลี่ยมเพชร แต่เกมรับดูจะเหนียวขึ้น ไม่รู้ว่านั่นเพราะว่าการขาด ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ไปไม่ใช่หรือเปล่า ซึ่งในเกมที่เจอกับ เหล่าเวสต์บรอมวิช ก็เสมอ กลับมาเล่นในบ้านเจอ ฝ่ายเชลซี ก็เสมอแบบฉิวเฉียด การออกไปเยือน คณะแมนฯ ซิตี้ ก็เจอหายนะอีกครั้ง ครั้น คริส สมอลลิ่ง โดนใบแดง พร้อมการบาดเจ็บของ มาร์กอส โรโฮ ซึ่งการกลับมาจากโทษแบนของ เวย์น รูนีย์ ในเกมนี้ก็ไม่ช่วยอะไร กรุ๊ปยังคงปราชัยถัดจากนั้น

ด้วยกันเดินทางมาจนถึงนัดล่าสุดกับ พวกพาเลซ ระบบนี้ยังถูกนำมาใช้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะ ฟาน กัล ต้องการความต่อเนื่องของตัวผู้เล่น ทำให้ลูกรัก ยานาไซ ยังได้ลงต่อเนื่อง สุดท้ายแม้จักชนะ แต่กุนซือชาวดัตช์น่าจักรู้แล้วว่า ระบบนี้ก็ยังไม่ใช่ เช่นกัน

เกี่ยวกับในโปรแกรมบอลนัดหน้าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อรองรับนักเตะที่จะกลับมาจากการบาดเจ็บ พร้อมกับต้องให้โอกาสบางคนที่ฟอร์มดีกว่าลงเล่น โชคดีที่มีเบรคคณะชาติให้พักหายใจเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม แต่ หลุยส์ ฟาน กัล คงไม่ได้หยุดคงมีการบ้านเป็นกองภูเขาให้รับมือกันถัด ซึ่งแฟนบอลอย่างเราๆ ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่หวังว่าจักดีขึ้นเท่านั้น


ผลบอล: แฟนบอล ยานาไซ ห้ามดูหนอ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




เพราะว่า 3 คะแนนสำคัญของ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือกรุ๊ปรองบ่อนอย่าง ทีมคริสตัล พาเลซ 1 - 0 ครั้งสุดสัปดาห์ที่เปลี่ยนมา คงจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ แม้อดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงครั้นช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข ด้วยการวิเคราะห์บอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจะห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ ไม่ก็ถ้าจะให้พูดนักๆ ก็น่าจักเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจะทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล กลุ่มปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จะให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะกรุ๊ปโปรดของตัวเอง บางคณะันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วจริงๆ ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


พร้อมทั้งความครันแล้วผมหิวจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ ไม่ก็ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างมากหลายอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจักโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเโจษกที่จะเลี่ยงไปก่อน แต่ปางกาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็ขึ้นต้นได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหลือเลื่องแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหลือกระฉ่อนแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

ก็เพราะว่าเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ด้วยฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจักส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง กับจบด้วยการยึกๆ ยักๆ พร้อมด้วยอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ คณะปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

และผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวจริง ก็เพราะว่าเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก หมู่อสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงเพื่อติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจักเตือนว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จักรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ เหล่าปีศาจแดง นั้นมีเหนือ ฝ่ายปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อหมู่อย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ เพราะว่าเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของพวก พร้อมทั้งก่อนที่ ชาร์ลี จักไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย ด้วยกัน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล สมัยที่เพิ่งจักได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย แน่นอนๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจักมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เพราะมันจักทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง พร้อมทั้งดูเหมือนว่าโอกาสนี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจะถูกต้องเสียด้วย

กับนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง ด้วยกันให้ค่าจนเกินตัวไปอื้อมาก สิ่งที่ผมจะพูดถัดจากอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ ฝ่ายหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่พวกชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า พร้อมกับดูดีมีอนาคตกว่าเยอะแยะ

ซึ่งถ้าสมมติว่าใครจะหมายว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจักเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงเพราะไม่หวังผล ซึ่งถ้า ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวหลังจากนั้นลำยากแน่ๆ

ถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ผ่านไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า เริ่มต้นจะมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในทีมชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าต่างว่า ลองย้อนกลับไปตราบใดฤดูกาลที่แล้ว ระยะเวลาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น พร้อมกับก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงสนามในหมู่ชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค กรุ๊ปเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ หมู่คริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 และเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

และภายหลังนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง พอเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวแน่แท้ครั้งแรกในเกมที่พบกับ คณะซันเดอร์แลนด์ เพราะเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 และหลังจากเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่ริเริ่มตามจีบ พร้อมทั้งหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่ด้วยผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล หลังจากเกมดังกล่าวด้านบน หมู่ปีศาจแดง ก็จัดการมอบอนุสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์ไม่ใช่หรือเกือบๆ 3 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นอนุสัญญาที่เด็กอายุ 18 ปีจะได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์หรือไม่คาดว่า 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะพางชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

กับผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมเหรอไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าเหนื่อยมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมท่วมท้นมากๆ เลย พร้อมทั้งอย่างที่ชี้ละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับกรุ๊ป บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรคร่าวๆนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนใช่ไหมเปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นสบถสาบานยิ้มแป้น รับทรัพย์พร้อมทั้งเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่ทะเยอทะยานจักเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน ตรัสว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจะเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย แท้ครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

พร้อมด้วยผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จะเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในกรุ๊ป ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก คณะปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในกลุ่ม เราก็คือสายเเล่าลือดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกหมู่ชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

ด้วยกันรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น กับเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวแท้จริงบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนเพราะ : Giggsmanu11

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผลบอลเรียกหาได้ว่ากลายหมายถึงหนังคนละขมวดด้วยว่าศึกพรีเมียร์ลีก

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังคนละม้วน




เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกถือว่าตื่นเต้นและคู่คี่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ชนิดที่ว่ากว่าจะเหลือแคนดิเดตสองทีมที่ได้ชิงดำกันจริงๆ ก็แทบจะไม่กี่นัดสุดท้ายแล้ว

แต่ว่าการวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล 2012 - 2013 ได้สร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ต่อโฉมหน้าของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

ซึ่งในระหว่างฤดูกาลที่แล้ว สำหรับตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนมือถึง 25 ครั้ง เมื่อเทียบกับแค่ 4 ครั้ง ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และถือเป็นการเปลี่ยนทีมนำบนหัวตารางมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรายการ รองจาก 29 ครั้งในฤดูกาล 2001 - 2002

โดยหลังจากที่หมดยุคของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ โค้ชอย่างเฟอร์กี้ เดวิด มอยส์ และไม่สามารถประคับประคองทีมชุดแชมป์ให้คงผลงานเอาไว้ได้ ผลก็คือปิศาจแดงทำผลงานกระท่อนกระแท่น จนกลายเป็นทีมที่หมดลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งนั่นเท่ากับทำทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ หมดคู่แข่งไปหนึ่ง และเป็น ทีมอาร์เซนอลที่เริ่มออกตัวได้แรงกว่าใครในโค้งแรก ถือเป็นปีที่ปืนใหญ่ยืนระยะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้ยาวนานกว่าที่เคย แต่สุดท้ายอาร์แซน เวนเกอร์ก็รับมือกับปัญหานักเตะตัวหลักๆ เจ็บ และผลงานที่ดร็อปลง ในที่สุดไม่ไหว จนต้องกลับมาลุ้นท็อปโฟร์เหมือนเคยเมื่อผ่านเข้าผ่านสู่ช่วงควอเตอร์สุดท้ายของฤดูกาล




สำหรับทีมเชลซีที่ได้โค้ชอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน และยอดกุนซือแสบก็นำทีมสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาที่สุดทีมหนึ่งในปีที่แล้ว เพราะป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างอันดับ 1 - 4 ถึง 37 จาก 38 นัด แต่แม้จะเบียดขึ้นมาครองจ่าฝูงได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ เดือนมีนาคม

เพียงแต่ว่าการกาวิเคราะห์บอลสะดุดแพ้ถึง 3 จาก 6 นัดในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ทำให้ ทีมสิงห์ครามหลุดวงโคจรไป

ตามมาด้วยทีมลิเวอร์พูล ที่ได้กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้มากที่สุด เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างพีกสุดๆ ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็โชว์ฟอร์มกันได้อย่างดี ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นำทีมลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว หลังจากไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้มานานหลายปี

ซึ่งการที่ชนะ 11 นัดรวด ในระหว่างนัดที่ 25 - 35 ของฤดูกาล ทำให้ทีมหงส์แดงกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือ ก่อนที่การลื่นแห่งฤดูกาลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในเกมกับ ทีมเชลซี จะกลายเป็นจุดพลิกผันขึ้นในที่สุด



ตามมาด้วยทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ค่อยๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้ขึ้นไปแตะจ่าฝูงแค่ไม่กี่นัดก่อนหน้านั้น ก็ได้กลายเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันไปกิน จากการชนะรวดใน 5 นัดสุดท้าย และการขึ้นนั่งจ่าฝูงเพียงแค่ 3 เกมหลังสุด ก็เพียงพอสำหรับ ที่ทีมเรือใบสีฟ้าที่จะแล่นเข้าสู่เส้นชัย ปล่อยให้หงส์แดงต้องชอกช้ำ เพราะดันไปเสมอ ทีมคริสตัล พาเลซ 3-3 ในนัดรองสุดท้าย ทั้งที่นำห่าง 3-0 ก่อน

และฤดูกาลนี้หลายคนวาดภาพว่าการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์บอลคงจะสนุกตื่นเต้นและเร้าใจไม่แพ้ปีก่อน เพราะแต่ละทีมน่าจะมาปล่อยของกันเต็มที่กว่าเดิม และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะกลับมาร่วมวงได้ หลังจากได้กุนซือมือดีอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮัล เข้ามากอบกู้

โดยที่โค้ช มานูเอล เปเญกรินี่ ที่พา ทีมแมนฯ ซิตี้คว้าดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีกคัพตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม คงจะมีดีอะไรมาโชว์ให้เห็นกันอีก ส่วน ทีมอาร์เซนอล ที่ปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 9 ปีได้ ก็คงจะมั่นใจมากขึ้นในการกลับมาแก้มือในปีนี้

ซึ่งทีมลิเวอร์พูล ดูจะต้องลุ้นมากกว่าเพื่อนเพราะเสียหัวใจหลักของทีมอย่างซัวเรซไป แต่ผลงานของร็อดเจอร์สที่ทำไว้ในปีก่อนจนได้รับคำชมอย่างมาก ก็น่าจะทำให้ ทีมหงส์แดงสานต่อฟอร์มที่ดีเอาไว้ได้

ซึ่งทีมที่รอเสียบเข้าท็อปโฟร์อย่าง ทีมสเปอร์ส และ ทีมเอฟเวอร์ตัน ก็น่าจะเป็นตัวแปรให้การลุ้นสนุกขึ้นเช่นเดียวกับปีที่แล้ว

เพียงแต่ว่า เมื่อเอาเข้าจริงๆ หลังจากผ่านไปแค่ 11 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ทีมเชลซี กลับกลายเป็นเต็งหามที่จะเข้าป้ายแชมป์แบบนอนมาไปซะแล้ว เมื่อ โค้ชมูรินโญ่ที่เข้ามาปรับจูนทุกอย่างจนเข้าที่แล้วเมื่อปีก่อน นำทีมสร้างผลงานได้อย่างเด็ดขาดในปีนี้




สำหรับทีมสิงห์ครามนั้น นั่งแป้นจ่าฝูงมาตั้งแต่แข่งนัดแรกจบ และไม่ยอมลงจากบัลลังก์เลยจนถึงตอนนี้ ด้วยสถิติชนะ 9 เสมอ 2 ขณะที่คู่แข่งทีมอื่นๆ ไม่เข้ารกเข้าพง ก็ยืนระยะโชว์ฟอร์มสวยๆ ได้แต่ 2-3 นัด ก็เหี่ยวปลายตายธรรมชาติไปชนิดที่นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ

สถานการณ์ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นไม่ฟื้นกลับมาอย่างที่หลายคนคาดหวัง จน ฟาน ฮัล เองยังต้องออกมายอมรับว่าตัดสินใจพลาด ที่มัวแต่คิดเรื่องจะทดลองระบบใหม่ๆ กับทีม ทั้งที่นักเตะไม่คุ้นเคยและปรับตัวไม่ได้กับระบบของเขา

ทางด้าน อาร์เซ เวนเกอร์ ได้ถอดใจไวกว่าเพื่อน ยอมยกธงขาวว่า ทีมอาร์เซนอล หรือ ทีมไหนๆ ก็คงไม่มีปัญญาแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซีได้ในปีนี้ หลังโดนปัญหานักเตะเดี้ยงระนาวเล่นงานแต่หัววัน ส่วนคนที่ไม่เจ็บก็ดันทำฟอร์มเก่งหายไปหมด

ตัวของ ร็อดเจอร์ส เองนั้นก็โดนไปอ่วมจากฟอร์มการเล่นของทีมที่แตกต่างจากปีก่อนมาก หลังจากที่กุนซือหงส์แดงโดนสับเละที่ไม่มีปัญญาเลือกตัวแทนของซัวเรซได้ดีไปกว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยนับตั้งแต่ย้ายมา




และในขณะที่โปรแกรมบอล ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ทำท่าเหมือนจะมาดีสมศักดิ์ศรีแชมป์เก่า ก็ไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง แถมฟอร์มยังดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อดาวเตะตัวหลักๆ โชว์ฟอร์มกันไม่ออก แถมปัญหาในการลงเตะแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ก็ดูจะส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในลีกของทีมด้วย

ซึ่งเดินทางมาจนถึงตอนนี้ภาพของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จึงผิดกับที่หลายคนวาดเอาไว้มาก เพราะถ้าไม่เกิดอาเพศอะไรขึ้นมากับเชลซี ก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาหยุดสิงโตสีครามได้อยู่

สำหรับ ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ที่กลายเป็นทีมม้ามืดที่ฟอร์มพุ่งแรงแบบเซอร์ไพรส์ ทั้งที่เสียทั้งดาวเตะดังๆ และกุนซือฝีมือดีไปในช่วงซัมเมอร์ แถมยังออกสตาร์ตฤดูกาลได้แบบง่อนแง่นเต็มที

เพียงแต่หลังจากนั้น ทีมนักบุญก็ชนะอย่างต่อเนื่องด้วยฟอร์มการเล่นที่มีคุณภาพ และกลายเป็นทีมที่ทำแต้มไล่บี้ทีมเชลซีมากที่สุด โดยตามหลังแค่ 4 คะแนนเท่านั้น




ตามมาด้วยทีมเวสต์แฮมที่ต้องร่วมวงหนีตกชั้นอยู่พักใหญ่เมื่อปีก่อน เป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ตแย่แต่มาฟอร์มดีในช่วงหลัง และขึ้นมาติดท็อปโฟร์เฉย ยังไม่รวมสวอนซีที่อยู่ที่ 5 และ ทีมนิวคาสเซิลที่มาโกยคะแนนในนัดหลังๆ จนขยับจากทีมบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 8 แล้ว

ซึ่งทั้ง ทีมอาร์เซนอล, ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมลิเวอร์พูล นั้นยังอยู่นอกกลุ่มท็อปโฟร์ และดูจากแต้มที่โดนทิ้งห่างกัน 10 กว่าคะแนนขึ้นไปแล้ว คงจะไปฮึดไปเบียดแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซี ยากเต็มที เหลือก็แค่ ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ยังพอได้ลุ้นอยู่ แต่ก็คงต้องเค้นฟอร์มที่ดีกว่านี้มากๆ ออกมา และต้องลุ้นให้ ทีมเชลซีฟอร์มหลุดกระจุยกระจายด้วย

และถ้าหากจะพูดได้ว่าคงยากที่จะเห็นมูรินโญ่ปล่อยให้ความได้เปรียบขนาดนี้หลุดมือไป และถ้าไม่มีจุดพลิกผันที่มโหฬารจริงๆ การลุ้นแชมป์ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปีนี้คงจะกลับไปจืดชืดเหมือนเดิม และความมันน่าจะอยู่ที่การลุ้นอันดับท็อปโฟร์กันมากกว่า

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล:การสู้รบบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาทิตย์ที่11

ตัวของเพอร์ซี่รับโดนป๋าหลอกว่าจักอยู่ดูแลผีต่อ ก่อนที่จะรีไทร์หนี




ภายหลังที่ อาร์วีพี ได้รับเองกับปากวิเคราะห์ผลบอลว่า โดนป๋า เฟอร์กี้ สับขาหลอก เเล่าลือกเลื่อนมา กรุ๊ปผี เพราะว่าเจ้าตัวสนทนาจักกำกับทีมอีกอย่างน้อย 3 ปี พร้อมยอมรับฟอร์มปัจจุบันของตัวเองยังไม่ดี ต้องรีบแก้ไขด่วน

ซึ่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงมากประสบการณ์ของสโมสร คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระลึกเรื่องราวในความหลัง แฉภายหลังถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นอดีตตำนานกุนซือ กรุ๊ปปีศาจแดง ได้สับขาหลอก ลั่นตัดสินใจเปลี่ยนที่มาอยู่ ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะว่าว่าป๋า เฟอร์กี้ นั้นเผยจะควบคุมฝ่ายอีกอย่างน้อย 3 ปี ก่อนจักเฟุ้งเฟื่องกรีไทร์แบบสายฟ้าแลบ พร้อมยอมรับผลงานการเล่นของตัวเอง ณ ปัจจุบันนี้เข้าขั้นสอบตก ต้องรีบเค้นฟอร์มด่วน

เพราะปาง อาร์วีพี ได้เปิดพูดว่า สิ่งที่ทำให้ผมปลงใจเปลี่ยนที่มาอยู่กับ แกลุ่มมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เพราะการได้ร่วมงานกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาย้ำเตือนกับผมด้วยตัวเองว่า เขาจะอยู่ควบคุมเหล่าอีกอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งผมชอบวิธีการทำงานของเขามากๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราพ่ายคู่แข่งคาบ้าน 1-2 เขาหัวเสียอย่างมาก ทั้งที่ในตอนนั้นเรามีแต้มห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลุ่มคู่แข่งแย่งแชมป์อยู่ถึง 15 คะแนน มันทำให้ผมเข้าใจได้ทันทีว่า เขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะเท่านั้น

และนอกจากนี้ ตัวของ เพอร์ซี่ ยังพูดถึงผลงานของตัวเองในฤดูกาลนี้ว่า ในการยิง 3 ประตูจากการเล่น 9 เกม มันยังดีไม่พอ ในเกมกับ กรุ๊ปเชลซี ผมมีโอกาสทำประตูใสๆ ซึ่งตอนนั้นผมมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง ทางที่ 1 คือ ชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตู ทางที่ 2 คือเลี้ยงหลบ กับทางที่ 3 คือซัดตรงๆ เข้าไปเลย ผมดันไปเลยทางสุดท้ายพร้อมกับมันดันติดเซฟ ถ้าผมไม่คิดมาก ผมคงเเอิกเกริกกชิพข้ามผู้รักษาประตูไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องทำในเวลานี้คือต้องกลับมาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองอีกครั้ง

เป็นเรื่องหลัง เกมพลิก ทำให้ทีมปืนมีลุ้นซิวฮุมเมิ่ลส์




โดยที่สื่อฟุตบอลออนไลน์ได้ระบุว่า ฮุมเมิ่ลส์ นั้นไม่รังเกียจที่จะเก็บข้าวของขนไปซบตัก หมู่อาร์เซน่อล เพราะมีรายงานว่าบอร์ดบริหาร ปืนโต จักแก้ไขปัญหาแนวรับด้วยการยื่นข้อเสนอทาบทาม มกราคมนี้

ซึ่งทางด้าน มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่รักษาปราการหลังตัวแกร่งของ คณะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ เหล่าชื่อดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ยังคงตกเป็นข่าวเรื่องของการยักรังอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าตัวมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่จักเก็บข้าวของขนส่งไปอยู่กับ พวกอาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าที่สร้างผ่านมาเจ้าตัวจักเคยตกเป็นข่าวพัวพันกับ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอดก็ตาม

ภายหลังที่ ดาวเตะวัย 25 ได้ถูกประเมินค่าจ้างขั้นต่ำไว้ราวๆ 30 ล้านปอนด์ใช่ไหมเกือบๆ 1,650 ล้านบาท โดยเจ้าตัวก็ยังไม่ปริปากพูดถึงอนาคตการค้าแข้งของตัวเองอย่างชัดเจน ทำให้ ทีมอาร์เซน่อล ที่กำลังมีปัญหาอย่างหนักในเรื่องของแนวรับ อาจยื่นข้อเสนอเข้าทาบทามอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมนี้ ซึ่งตัวของ ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เหมือนมีท่าทีตะกลามเคลื่อนย้ายมาสัมผัสประสบการณ์ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เช่นกัน

พร้อมทั้งทั้งนี้ ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ทีมแมนฯ ยูฯ จะเบนเข็มไปไล่ล่า รอน ฟลาร์ ปราการหลังตัวเก๋าของ ทีมแอสตัน วิลล่า เข้ามาเสริมทัพอย่างเต็มตัว

ด้านโกมิสได้โขกประตูชัย ให้หมู่หงส์ขาวพลิกแซง ทีมปืนใหญ่ 2-1




  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015 นัดที่ 11
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2557
  • คณะสวอนซี ซิตี้ 2-1 หมู่อาร์เซน่อล
  • แข่งที่สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์


ภายหลังที่เกมทะลวงมากว่า 15 นาที ทั้งคู่นั้นยังทำอะไรกันไม่ได้ ซึ่งเจ้าบ้านมีสิทธิจักได้ลุ้นมากกว่า แต่เกมรับของ กลุ่มอาร์เซน่อลยังไร้ข้อผิดพลาด

ในนาทีที่ 20 มอนเตโร่ ได้สับไกบริเวณฝั่งซ้ายของเขตโทษ บอลพุ่งเตรียมถากเสามุดตาข่ายแล้ว แต่ เชสนี่ ทุบบอลออกหลังไปได้ทัน

ในนาทีที่ 30 อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลากเลื้อยไปตามริมเส้นภายหลังฝั่งขวา โดนรุมสองจนล้มลงในกรอบเขตโทษ เจ้าตัวโวยทันทีหลังไม่ได้จุดโทษ

ในนาทีที่ 43 ทีมอาร์เซน่อลเพิ่งได้จังหวะจะๆ แจ้งๆ เป็นครั้งแรก จากการเล่นชิ่งกันสุดสวย ซานเชซ ลากตัดเข้ากลาง ก่อนจ่ายให้เวลเบ็ค เล่นชิ่งกับ แชมเบอร์เลน แต่จังหวะจบสกอร์ไม่ดีพอ ฟาเบียนสกี้ ปัดออกไปได้

ซึ่งในนาทีที่ 62 คณะอาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ฉกบอลได้ จ่ายขึ้นหน้าให้ กาซอร์ล่า ก่อนลอดออกขวาให้ เวลเบ็ค ลากไปเกือบสุดเส้น ดึงรอจังหวะ ก่อนจ่ายเข้ากลางถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ แปโล่งๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ผลบอล 0-1

ในนาทีที่ 65 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูคืน จากจังหวะ มอนเตโร่ พอบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนหักเข้าในให้ โบนี่ แต่ยิงไม่ดี บอลเฉือนๆหลุดเสาไกลออกไป

ในนาทีที่ 74 กรุ๊ปสวอนซี ได้ประตูตีเสมอสุดสวย จากจังหวะฟรีคิกของ กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน บอลโด่งข้ามกำแพง พร้อมไซด์หนีมือ เชสนี่ เสียบสามเหลี่ยมซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 1-1

พร้อมกับในเพราะจังหวะฟาวล์นั้นได้มาจาก คีแรน กิ๊บบ์ส สกัดขาของ บาร์โรว์ ในจังหวะเกมโต้กลับเร็ว

ซึ่งในนาทีที่ 78 บาเฟติมบี้ โกมิส ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา โดนบอลจังหวะแรกก็เป็นประตูให้ กรุ๊ปสวอนซี พลิกขึ้นแซงทันที ในจังหวะที่ มอนเตโร่ ครอสส์บอลเข้ากลาง โกมิส เบียดชนะมอนเรอัล โขกเต็มหัว บอลเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด 2-1

กับก่อนหมดเวลา แจ็ค วิลสนับสนุน ได้โอกาสทำประตูจากจังหวะบอลเรียดเข้ากลาง แต่เจ้าตัวไม่ยิง ก่อนบอลโดนสกัดในที่สุด กับกรรมการก็เป่าหมดเวลา

ทำให้จบเกม เหล่าอาร์เซน่อลได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 75 แต่แล้วก็โดน สวอนซี ทำ 2 ประตูรวด จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ซิเกิร์ดส์สัน พร้อมทั้งลูกโหม่งของ บาเฟติมบี้ โกมิส ทำให้ ทีมสวอนซี ซิตี้ พลิกเฉือนเอาชนะ ทีมอาร์เซน่อล ไปได้ ด้วยสกอร์ 2-1 ชมไฮไลท์ฟุตบอล

มาดูบัญชีชื่อนักเตะที่ลงสนาม

คณะสวอนซี ซิตี้ ระบบ 4-2-3-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • ลูคัส ฟาเบียนสกี้


2.กองหลัง :

  • อังเกล รังเกล 
  • ไคล์ บาร์ทลีย์ 
  • แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ 
  • นีล เทย์เลอร์


3.กองกลาง :

  • ทอม แคร์โรลล์ เปลี่ยนตัว ลีออน บริทตัน ลงในนาทีที่ 87 
  • มาร์วิน เอ็มเนส เปลี่ยนตัว บาร์โรว์ ลงในนาทีที่ 67 
  • คี ซุง ยอง 
  • กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน 
  • เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่


4.กองหน้า :

  • วิลฟรีด โบนี่ เปลี่ยนตัว บาเฟติมบี้ โกมิส ลงมาในนาทีที่ 76



คณะอาร์เซน่อล ระบบ 4-1-4-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • วอยเชียค เชสนี่

2.กองหลัง :

  • คาลั่ม แชมเบอร์ส เปลี่ยนตัว ยาย่า ซาโนโก้ ลงมาในนาทีที่ 90 
  • แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ 
  • อิ๊กนาซิโอ มอนเรอัล 
  • คีแรน กิ๊บบ์ส

3.กองกลาง :

  • มาติเยอ ฟลามินี่ เปลี่ยนตัว แจ็ค วิลเชียร์ ลงมาในนาทีที่ 79 
  • อารอน แรมซี่ย์ เปลี่ยนตัว ธีโอ วัลคอตต์ ลงมาในนาทีที่ 79
  • อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 
  • อเล็กซิส ซานเชซ 
  • ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า

4.กองหน้า :

  • แดนนี่ เวลเบ็ค

ประมวลภาพพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สวอนซี ซิตี้ 2-1 อาร์เซน่อล



class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=












ข้อความจากแฟนของดิมาเรียยันเอง ว่า สามีแฮปปี้ดีกับกลุ่มผี




ภายหลังที่ จอร์เจลิน่า แฟนสาวของ ดิ มาเรีย ได้ปัดข่าวเรื่องสามีไม่แฮปปี้กับการเล่นให้ กลุ่มแมนฯ ยู เพราะว่ายืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ

ซึ่งทางด้าน จอร์เจลิน่า คาร์โดโซ่ ภรรยาสาวของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ดของ ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝ่ายชั้นนำแห่งศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก เมือง อังกฤษ เอ่ยปากชี้แจงข่าวระบือเรื่องที่ว่าสามีของตนขึ้นต้นไม่แฮปปี้กับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงๆแต่อย่างใด เนื่องมาจากดาวเตะวัย 26 นั้นกำลังสนุกสนานมากกับการพิสูจน์ตัวเองกับ พวกปีศาจแดง

สำหรับข่าวเลื่องลือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ หมู่แมนฯ ยู เสมอกับ พวกเชลซี 1-1 พร้อมทั้งพ่ายให้กับ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ที่ ดิ มาเรีย ดูจักไม่ศักยงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวก็กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเกมที่คว้าชัยเหนือ เหล่าคริสตัล พาเลซ 1-0 ครั้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่สร้างผ่านมา 8 พฤศจิกายน

หลังจากที่จอร์เจลิน่า ได้เปิดแสดงตนถึงเรื่องนี้ผ่าน อินสตาแกรม สื่อออนไลน์ โดยระบุสั้นๆ เท่าว่า คุณเป็นได้คิดอะไรก็ได้แล้วแต่คุณต้องการ แต่ความเป็นยิ่งก็คือ อังเคล มีความสุขดีมากๆ กับการเล่นให้ พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวฟุตบอลการรบพรีเมียร์ลีกพร้อมกับโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการด้วยฝ่ายใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส ด้วยกัน 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ เกริ่นซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • กลุ่มอาร์เซน่อล
  • เหล่าเชลซี
  • กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • ทีมลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจักทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ กรุ๊ปเชลซี ไว้หนึ่งกรุ๊ป

ด้วยกันเพราะว่าเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง เหล่าเรือใบ พร้อมกับ เหล่าหงส์แดง แชมป์และรองแชมป์ลีกทันทีที่ฤดูกาลที่ทะลุมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 คณะนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ เนื่องแต่สถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เกริ่นกันที่เหล่าลิเวอร์พูลหลังจากได้พ้นเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกพร้อมกับบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

พร้อมด้วยเนื่องมาจากในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางอาทิตย์ผมได้ดูฟอร์มฝ่ายจากอังกฤษ ซึ่งก็ย้ำเตือนเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จะชนะทุกๆ หมู่ในกลุ่มตัวเองใช่ไหมไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ เพราะด้วยโอกาสที่จักชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมเหรอไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

พร้อมด้วยอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจักเปิดกำแพงมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้เหล่าจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคเวลานี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการกรุ๊ป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งกลุ่มเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาครันในบอลถ้วยตามกระแสของ คณะแมนฯ ซิตี้ และ ทีมเชลซี ที่มีขนาดเหล่าใหญ่ ทำได้เปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ และสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้พวกเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาแน่นอนเหมือนกัน แม้จักมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง พร้อมทั้งมีถึง 2 ฝ่ายที่เข้าถึงรอบ 8 คณะสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร หมู่ลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ พวกเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีฝ่ายสุดอันตรายพร้อมด้วยประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

โดยที่หลายๆ ฝ่ายอาจจักมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับเหล่าที่เหนือกว่าทั้ง หมู่เรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว และแชมป์ 10 ระยะเวลา แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ปราชัยแล้วเล่นดีนี่สิ

พร้อมด้วยผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง คณะเรอัล มาดริด และ ฝ่ายลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็แท้อยู่ที่ว่า กลุ่มราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น เหล่าหงส์แดง คราวฤดูกาลที่ทะลวงมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว ฝ่ายเรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จักปราชัยชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่ศักยเป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ คณะลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงๆเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของพวกเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

พร้อมกับบางคนแจ้งให้ทราบยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง พวกหงส์แดง พ่ายเกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย หมู่บาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ เพราะว่าแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดทีมจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ เหล่าบาเซิ่ล ดันพ่ายแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จะต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจักไม่ได้แต้มกลับไป กับ กลุ่มบาเซิ่ล จะชนะ กลุ่มลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นแท้ๆ ที่พวกเขาพ่ายแพ้ ทีมเรอัล มาดริด 0-1 พร้อมกับ หมู่บาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหโจษจันอีก 2 นัด


พร้อมด้วยในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ กลุ่ม เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


พร้อมทั้งนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาสุทธิในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในทีมสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับจำนน เหล่าชุดขาว เพียง 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จักไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า ก็เพราะว่ารูปเกมกราบทูลได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกพร้อมทั้งศักยหักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ ต่อไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


พร้อมทั้งนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาทีมชาติเพื่อจะมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจะดูเหมือนว่าหมู่ไม่มี กัปตันเจิด จะดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามภายหลังนี้คือ

  • ประการแรก หมู่ลิเวอร์พูล เหตุการณ์จักเป็นอย่างไรหลังจากนั้น. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้กลุ่มเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือว่า. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จะได้ผลในเกมกับ ฝ่ายเชลซี ใช่ไหมไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ คณะบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า หมู่ลิเวอร์พูล นั้นจักเข้ารอบ 16 เหล่าสุดท้ายหรือไม่ไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด ฝ่ายนั้นจักยังรอบรู้เบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่เหรอเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย ด้วยกันใครที่จะเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมาอย่างยิ่งมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจะได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ ถ้าพวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจัก

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจักเตะปีหน้า นั่นจักทำให้พวกเขาพังแน่นอน ก็เพราะว่าหลายๆ หมู่ก็พังมาแล้ว จะมาหวังให้เป็นเหมือน กลุ่มปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคเวลากัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเเอิกเกริกกที่จักทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจักทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะว่าจักต้องมาพบเกมกับ คณะเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจะทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว เหตุด้วยแนวทางถัดของ ร็อดเจอร์ส

กับท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะส่วนต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจักเล่นดีเอง

และเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจักทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือขณะปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งแม้จะมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ กรุ๊ปลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องประภาษเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นคณะที่อันตราย แม้ช่วงนี้จักขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจักเลือก ปลดกับจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก: เรือใบสีฟ้าครอบครองปีศาจแดงที่มี 10 ผู้มีชีวิต 1-0

เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านเฉือนชนะผีแดงที่มี 10 คน ผลบอล 1 : 0 



  • ศึกฟุตบอล ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557
  • เหล่าแมนฯ ซิตี้ 1 - 0 กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ด
  • แข่งที่สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
  • ช่องถ่ายทอดสด : cth.sanook.com


สำหรับฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014 - 2015 ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 โดยที่คู่เอกนั้น เป็นเกมที่ สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ระหว่างหมู่ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ เวย์น รูนี่ย์ กัปตันเหล่าพ้นโทษแบนกลับมา

มู่ลี่เกมในครึ่งแรก

ม่านบังตาเกมส์มาได้ 2 นาที ทีม แมนฯ ยู ได้ทักทายก่อนเพราะ อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์กอส โรโฮ โฉบมาโขกตรงตัว โจ ฮาร์ท แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 5 เจ้าถิ่น หมู่แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เซอร์คิโอ อเกวโร่ กระชากบอลผ่าน อันโตนิโอ วาเลนเซีย ในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนซัดไปติดเซฟ เด เคอา

นาทีที่ 9 อังเคล ดิ มาเรีย โยนบอลเข้าเขตโทษให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ก่อนโหม่งชงย้อนให้ อัดนาน ยานูไซ ตามมาวอลเลย์แถวสอง แต่ไม่ตรงกรอบ

ในนาทีที่ 17 พวกแมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาเสียบอลในแดน ซิตี้ เจมส์ มิลเนอร์ โยนบอลสวนกลับไปถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ เอาบอลลง ก่อนกระชากหนี มาร์กอส โรโฮ เข้าไปกดด้วยขวา แต่ไม่ทะลวงมือ ดาบิค เด เคอา

นาทีที่ 18  เซอร์คิโอ อเกวโร่ เบิ้ลบอลเร็วเข้าเขตโทษให้ เฆซุส นาบาส สอดเข้ามาแปเน้นๆ แต่ ดาบิค เด เคอา ยังเหนียวปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ต่อมานาทีที่ 22 คณะเจ้าถิ่นบุกต่อเนื่อง พร้อมด้วยมีลุ้นอีก ครั้น แฟร์นันโด จ่ายบอลจากกราบซ้ายปาดเข้ากลางไปหน้าประตูถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่กำลังจักซัด แต่ ดาบิค เด เคอา ออกมาตัดเกมได้ทัน ก่อนทั้งสองคนจักปะทะกันแต่ไม่หนักมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

กับในนาทีที่ 37 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮ แต่เฮที่หมู่เยือน แมนฯ ยูไนเต็ด มาเหร่ำลือผู้เล่น 10 คน จากจังหวะที่ คริส สมอลลิ่ง ช้าไป ทำให้เสียบโดนขา เจมส์ มิลเนอร์ ล้มลง พร้อมกับเป็นใบเหโจษงที่สองก่อนโดนใบแดงไล่ออกสนามไป

ซึ่งช่วงท้ายเกมทั้งสองเหล่ายังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกยังเสมอกันผลบอล 0 - 0


ตั้งต้นเกมส์ในครึ่งหลัง


ต่อมานาทีที่ 48 ทีมแมนฯ ซิตี้ มีโอกาส ตราบใด เฆซุส นาบาส เปิดบอลจากขวาเข้ากรอบเขตโทษ มาร์กอส โรโฮ ได้สกัดบอลมาเข้าทาง ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งเมาซัดเหินข้ามคาน

พร้อมทั้งในนาทีที่ 63 คณะแมนฯ ซิตี้ ก็ได้เฮกันอีกครั้ง จนถึงมาได้ประตูออกนำ 1 - 0 จากบอลทะลุช่องของ ยาย่า ตูเร่ ให้ กาแอล กลิชี่ เติมขึ้นมาด้านซ้ายก่อนปาดไปหน้าประตูถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ แปเสยแสกหน้า ดาบิค เด เคอา เข้าไปตุงเพดาน

นาทีที่ 71 ซึ่งอังเคล ดิ มาเรีย โยนบอลยาวเข้ากรอบโทษให้ มารูยาน เฟลไลนี่ โฉบมาโขกโล่งๆ แต่บอลไปโดนหัวไหล่เลยหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 77 หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตู โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงไปติดผู้เล่น แมนฯซิตี้ กระดอนกลับมาก่อนไหลออกขวาให้ อังเคล ดิ มาเรีย ซัดด้วยขวา แต่ โจ ฮาร์ท ยังปิดมุมได้ดีปัดออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 83 ทีมเยือน ได้ลุ้นอีก อังเคล ดิ มาเรีย โยนยาวจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มารูยาน เฟลไลนี่ เบียดแย่งเข้ามาโขกบอลโด่งข้ามคาน

พร้อมทั้งในช่วงท้ายเกม พวกแมนฯ ยูไนเต็ด บุกหนักขึ้นหวังทวงประตูตีเสมอ แต่ยังไม่อาจจักเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แบบหวุดหวิด 1 - 0 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

มาดูระเบียน 11 ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองพวก

กรุ๊ปแมนฯ ซิตี้ 4-4-2 :

  1. โจ ฮาร์ท 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แว็งซ็องต์ ก็องปานี 
  4. มาร์ติน เดมิเคลิส
  5. กาแอล กลิชี่ 
  6. เฆซุส นาบาส
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันโด
  9. เจมส์ มิลเนอร์ 
  10. สเตฟาน โยเวติช
  11. เซอร์คิโอ อเกวโร่ กุน


ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด 4-3-1-2 :

  1. ดาบิค เด เคอา 
  2. อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  3. คริส สมอลลิ่ง
  4. มาร์กอส โรโฮ 
  5. ลุค ชอว์ 
  6. อัดนาน ยานูไซ
  7. ดาเล่ย์ บลินด์ 
  8. มารูยาน เฟลไลนี่
  9. อังเคล ดิ มาเรีย 
  10. เวย์น รูนีย์
  11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่


โค้ชเปเยติงเหล่าเรือ นำแล้วชิลพร้อมด้วยไม่รีบปิดเกม




โค้ช เปเย วิเคราะห์บอลยืนยัน พอใจกับ 3 คะแนน ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทซ์ แต่ยังติงแข้ง พวกเรือใบ นำแล้วไม่โหมบุกเพื่อปิดเกม เกือบโดน กลุ่มปีศาจแดง ตีเสมอหลายครั้ง

หลังจากที่ มานูเอล เปเยกรินี่ ซึ่งเป็นผู้จัดการกรุ๊ป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า พอใจแล้วผลชนะ 1 - 0 เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม ดาร์บี้ แมตช์ ทันทีที่วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายนที่ลอดมา แต่ว่าไม่ยินดีกับการทำผลงานของลูกหมู่ที่เหมือนจะพอใจแล้วหลังขึ้นนำ ไม่เดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ประตูเพิ่มพร้อมด้วยปิดเกมเร็ว ทำให้คู่แข่งมีโอกาสโต้กลับกับเกือบเป็นประตูหลายครั้ง

ซึ่งกุนซือชาวชิลี ได้กล่าวหลังจบเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ว่า ผมพอใจกับ 3 คะแนน เราต้องชนะ พร้อมทั้งเราเล่นได้ดีจนกระทั่งยิงประตู แต่หลังจากนั้นเหมือนเราจักคิดว่าเกมนี้มันจบแล้ว ทั้งที่มันยังไม่จบ

กับนอกจากนี้ เปเยกรินี่ ยังยืนยันว่า อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ฟูลแบ็กตัวหลักบาดเจ็บหนัก พร้อมกับมีโอกาสพลาดเกมกับ กลุ่มอาแอส โรม่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันพุธที่ 5 พฤศจิกายนนี้แน่นอน เพราะว่ากล่าวว่า ผมไม่คิดอย่างนั้น จากการที่ลงเล่นไม่ได้ ซึ่งโคลารอฟ เจ็บกล้ามเนื้อน่อง พร้อมกับผมไม่คิดว่าเขาจักพร้อมเพราะเกมกลางอาทิตย์

ซึ่งทั้งนี้ จากการเก็บ 3 คะแนนสำคัญทำให้ คณะเรือใบสีฟ้า ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในตารางคะแนนตามหลัง เชลซี จ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน


โค้ชฟานกัล ได้ป้องเฟลไลนี่ ว่าไม่ได้ถุยน้ำลายใส่หน้ากุน




ภายหลังที่ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งเป็นกุนซือ เหล่าปีศาจแดง ที่มั่นใจว่า มารูยาน เฟลไลนี่ นั้นไม่ได้ถุยน้ำลาย ใส่หน้า กุน อเกวโร่ ในจังหวะร้องเอาจุดโทษ ในเกม ทีมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่โปรแกรมบอล คณะผีแดง หลังบุกไปพ่าย คณะเรือใบ ผลบอล 0 - 1

ครั้งหลุยส์ ฟาน กัล ที่เป็นผู้จัดการคณะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาปกป้อง มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางชาวเบลเยียมของกลุ่ม จากกรณีที่โดนกล่าวหาว่าถ่มน้ำลายใส่หน้า เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้อมทซ์ นัดที่ ทีมปีศาจแดง ได้บุกไปปราชัยคู่ปรับร่วมเมือง 0 - 1 คราววันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ทะลวงมา

พร้อมทั้งภาพช้าจากกล้องถ่ายทอดสดไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแสดงให้เห็นว่า มิดฟิลด์หัวฟู นั้นอาจจักไปถ่มน้ำลายใส่ อเกวโร่ ในจังหวะที่ เฟลไลนี่ เข้าไปต่อว่าดาวยิงหมู่ชาติอาร์เจนติน่า ที่เรียกร้องจักเอาลูกจุดโทษ ทว่า ฟาน กัล ให้การปกป้องอย่างเต็มที่ เพราะว่าชี้ว่ากองกลางหมู่ชาติเบลเยียมไม่ใช่นักเตะที่มีนิสัยเช่นนั้น

ซึ่งเขานั้นได้ให้ สัมภาษณ์กับสื่อว่า เรื่องที่กล่าวมานั้น ผมได้ยินว่ามันมีการตั้งคำถามบนโลกโซเชียล แต่ขณะคุณตะโกนออกมา บางครั้งน้ำลายมันก็จะออกตามมานิดๆ มันเป็นธรรมดา ผมไม่คิดว่าเขาเป็นนักเตะที่ชอบถุยน้ำลายหรอก

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตัวนำบอลประเทศอังกฤษสาวไส้! เนย์มาร์ส่งเครื่องบินเจ็ท รับสาวให้มาหาตราบเท่าที่

สื่ออังกฤษแฉ! เนย์มาร์ส่งเครื่องบินเจ็ท รับสาวให้มาหาถึงที่




หลังจากที่สื่อ เดลี่ เมล ได้วิเคราะห์บอลออกมาแฉว่า เนย์มาร์ ได้ส่งเครื่องเจ็ทส่วนตัวไปรับ โซราย่า วูเซลิช นางแบบสาวหุ่นสะบึมให้มาหาถึงสโมสร พวกบาร์ซ่า ซึ่งคาดเป็นความรักครั้งใหม่ หลังเลิกกับแฟนเก่าได้เดือนกว่าๆ

ซึ่งเนย์มาร์ ที่เป็นกองหน้าซูเปอร์สตาร์ของสโมสร หมู่บาร์เซโลน่า ที่เป็นคณะชั้นนำแห่งศึกลา ลีกา สเปน ส่อแววจะได้คนดามหัวใจใหม่แน่นอนแล้ว หลัง เดลี่ เมล สื่อจอมแฉของอังกฤษ ได้เปิดแสดงตัวว่าสตาร์บราซิเลียนรายนี้ลงทุนให้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปรับ โซราย่า วูเซลิช นางแบบสาวทรงโตชาวเซอร์เบียให้มาหาถึงที่เพื่อใช้วันหยุดพักผ่อนด้วยกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้แนวรุกเโจษจันดแซมบ้า เพิ่งจะประกาศเลิกรากับแฟนคนก่อนไปจนถึงเดือนสิงหาคมที่ข้ามมานี่เอง

กับก่อนหน้านี้ เนย์มาร์ ที่คบอยู่กับ บรูน่า มาร์เกวซีน นักแสดงสาวชาวบราซิล เคยเลิกกันไปแล้วตราบเดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับมารีเทิร์นความสัมพันธ์ก่อนฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลจะโหมโรงต้นขึ้น สุดท้ายก็แยกทางกันอีกครั้งครั้นเดือนสิงหาคม




แต่ว่าล่าสุด ก็น่าจะได้คนดามใจใหม่แล้ว เพราะในรายงานระบุว่าทั้งคู่พบกันที่ อิบิซ่า เกาะพักร้อนชั้นดีของสเปนครั้งช่วงซัมเมอร์ และมีการติดต่อกันผ่านโปรแกรมวิดีโอแชทชื่อดังอย่าง สไกป์ มาเพราะว่าตลอด รวมถึงนัดกันว่าจะมาเจอกันตอนสิ้นเดือนตุลาคม แต่ฝ่ายชายรอไม่ไหวจึงส่งเครื่องบินไปรับก่อน

กับเหตุด้วย วูเซลิช โด่งดังขึ้นมาจากการร่วมรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง บิ๊ก บราเธอร์ ซึ่งรวมถึงการอัพโหลดภาพตัวเองสวมเสื้อของ คณะบาร์เซโลน่า ที่มีชื่อ เนย์มาร์ ปักอยู่ เพราะว่าถ่ายบนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ซึ่งละบือกันว่าเจ้าของเสื้อเป็นคนส่งไปให้เองด้วย




เก่งแน่นอนๆ หลังมาสเคราโน่คว้ารางวัล แข้งยอดเยี่ยม แห่งปีทีมบาร์ซ่า




ซึ่งมาสเคราโน่ ที่เป็นตัวรับของ กรุ๊ปบาร์ซ่า ได้ฉีกทุกโผชนะเลิศนักเตะยอดเยี่ยมสโมสรซีซั่นที่ทะลุมาท่ามกลางความยินดีของนักเตะกับประธานสโมสร




โดยหลังจากที่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางตัวรับของหมู่ชาติอาร์เจนติน่า ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำฤดูกาล 2013-2014 หรือว่ารางวัล อัลโด้ โรวิร่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ตัดผ่านมา โดยเอาชนะเจ้าของรางวัลนี้ 3 คราวซ้อนอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติ

ซึ่งถึงแม้ว่าโปรแกรมบอลฤดูกาลที่ลอดมา คณะบาร์เซโลนา จะทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ไม่มีแชมป์ติดมือสักรายการ แต่ทว่า มาสเคราโน่ เป็นนักเตะพางไม่กี่รายที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอต้นเสมอปลาย เพราะเจ้าตัวกล่าวว่า ผมต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียง พวกเรายังพยายามทำผลงานให้ดีถัด ด้วยความทุ่มเทแรงกายเพื่อความเชื่อมั่นของสโมสรอย่างไม่เปลี่ยนแปลง





พร้อมกับในขณะที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร คณะบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเปิดพูดถึงเรื่องนี้ว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการที่ตัดสินรางวัลนี้ ซึ่ง มาสเคราโน่ ได้รับไป ผมดีใจที่จักรายงานเขาว่า ฮาเวียร์ เหมาะสมกับรางวัลนี้อย่างที่สุด นับเป็นเกียรติอย่างสูงเพราะด้วย บาร์เซโลนา ที่มีนักเตะเช่นคุณอยู่ในทีม


ติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวฟุตบอล ตารางบอล วิเคราะห์ผลบอล ผลบอล ได้ที่นี่ ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก