แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวโปรแกรมบอลกรุ๊ปหงส์แดง ลิเวอร์พูลข้างหลังสำเร็จการรบพรีเมียร์ลีกที่ข้ามมา

หมู่พาเลซพลิกแซงหักปีกหงส์แดง3-1




ซึ่งภายหลังที่http://xn--42c8b0ajg0apvrr6k8f.net/กลุ่มหงส์แดง ยังโชว์ฟอร์มแย่ๆ ต่อเนื่อง ภายหลังที่อุตส่าห์ได้ แลมเบิร์ต ที่ยิงให้หมู่นำก่อนในสองนาทีแรก แต่สุดท้าย กลุ่มพาเลซ นั้นรัวทีเดียวสามลูกรวดพลิกกลับมาคว้าชัยไป 3-1 ทำให้อันดับไปรั้งที่ 12 ของลีกเรียบร้อย

เพราะว่าที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซเฮิร์ส พาร์ค  หมู่คริสตัล พาเลซ ต้อนรับการมาเยือนของ ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล

ซึ่งในนาทีที่ 2 แฟนๆ เจ้าถิ่นต้องถึงกับช็อก หลังจาก หมู่คริสตัล พาเลซ นั้นต้องมาเสียประตูไปก่อน จากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า เปิดข้ามแนวรับให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต หนีการประกบ ก่อนจะพักบอลแล้วซัดเรียดสร้างผ่านมือ จูเลี่ยน สเปโรนี่ เข้าไป กรุ๊ปลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0

ต่อเนื่องมาถึงนาทีที่ 17 เท่าที่ฝ่ายพาเลซ ก็ได้เฮบ้างเท่าที่มาตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 เมื่อ ยานนิค โบลาสซี่ ลากหนีแนวรับ ฝ่ายหงส์แดง ก่อนจะตกลงใจซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลเรียดหนีมือ ซิมง มินโญเลต์ พุ่งชนเสากระดอนออกมา แต่ลูกยังเข้าทาง ดไวท์ เกล วิ่งมาซ้ำจ่อเข้าไปได้สำเร็จ

ในนาทีที่ 34 ฝ่ายหงส์แดง นั้นเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง คราวนี้ โจ อัลเลน ครอสจากฝั่งซ้ายไปให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ที่อยู่เสาไกลได้โอกาสขึ้นโขกคนเดียวจ่อๆ แต่โชคไม่ดีบอลดันหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 36 พวกพาเลซ นั้นต้องถอดเอา ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาควบคุมเกมรับของหมู่แทน

พร้อมด้วยในช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีประเติมเพิ่ม หมดเวลาทั้งสองกลุ่มเสมอกันไปก่อน 1-1

ซึ่งนาทีที่ 48 ทางด้านกรุ๊ปลิเวอร์พูล นั้นก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลา สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ซัดแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเสียก่อน

ในนาทีที่ 53 ตัวของมาร์ติน สเคอร์เทล มาโดนใบเหฟุ้งเฟื่องงเป็นคนแรกของเกม โทษฐานเจ้าตัวเข้าไปดึงแขนของ มารูยาน ชามัคห์ เพื่อเป็นการขัดขวาง

นาทีที่ 61 ฆาบี มานกิโย่ ต้องมารับใบเหฟุ้งเฟื่องง หลังเจตนาไปดึง ชามัคห์ ที่หน้าเขตโทษ

พร้อมกับในนาทีที่ 71 ฝ่ายหงส์แดง นั้นได้ตัดสินใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออก แล้วส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามเพื่อลุ้นทำประตูให้กรุ๊ปเพิ่ม

ต่อมาในนาทีที่ 74 ทีมลิเวอร์พูล นั้นต้องถอด โจ อัลเลน ที่มีปัญหาเเอิกเกริกกออกบนศีรษะที่แตกมาจากครึ่งแรก เพราะว่าเปลี่ยนเอา เอ็มเร่ ชาน ลงสนามมาช่วยเกมแดนกลางแทน ขณะที่ ฝ่ายพาเลซ ก็ส่งให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงสนามเป็นคนที่สอง โดยเปลี่ยนเอา เจสัน พันเชี่ยน ออกไป

พร้อมด้วยครั้งถึงนาทีที่ 78 แฟนบอลคณะคริสตัล พาเลซ ก็ได้เฮกันทั้งสนามครั้งคณะมาทำประตูที่สองสำเร็จ จากจังหวะที่บอลกำลังลอยกลางอากาศ เดยัน ลอฟเรน ที่ตามประกบ ยานนิค โบลาสซี่ จากริมเส้นไปล้มแล้วบอลตกเข้าหัวพอดีให้ดาวเตะ หมู่พาเลซ เลี้ยงหนีไปได่ ก่อนเจ้าตัวจะตบเข้ากลางให้ โจ เลดลี่ย์ วิ่งมาซัดตรงกลางลอดตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไป เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1

ต่อมาในนาทีที่ 81 สถานการณ์ยังเป็นใจให้เจ้าถิ่นต่อเนื่อง คราวนี้หมู่มาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ไมล์ เยดินัค วิ่งมาปั่นด้วยขวา บอลเลี้ยวข้ามกำแพง ก่อนจะอ้อมหนีมือ มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ได้นำเพิ่มอีกเป็น 3-1

นาทีที่ 86 ทีมพาเลซ ปลงใจถอด ยานนิค โบลาสซี่ ที่เกมนีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมออกไปพักท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนาม ก่อนจะให้ แบร์รี่ แบนแนน ลงมาเล่นแทน

เข้าสู่ช่วงท้ายเกมทั้งสองพวกเกือบมีลุ้นได้ประตูกันหลายครั้งแต่ก็พลาดไป สุดท้ายหมดเวลา คณะคริสตัล พาเลซ ได้เปิดบ้านเอาชนะ พวกลิเวอร์พูล ไปได้สำเร็จผลบอล 3-1

นั่นทำให้ พวกพาเลซ ได้เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ของตาราง ส่วน กรุ๊ปหงส์แดง จากความพ่ายพ่ายนัดนี้ทำให้ฝ่ายตกมาอยู่อันดับ 12 เพราะว่ามีอยู่แค่ 14 คะแนน เท่านั้น

มาดูบัญชีรายชื่อผู้เล่น คริสตัล พาเลซ 4-4-1-1 :

  1. จูเลี่ยน สเปโรนี่ 
  2. มาร์ติน เคลลี่
  3. สก็ตต์ แดนน์
  4. ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ เปลี่ยนตัว เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาในนาทีที่ 36
  5. โจเอล วอร์ด 
  6. เจสัน พันเชี่ยน เปลี่ยนตัว เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงมาในนาทีที่ 76
  7. ไมล์ เยดินัค
  8. โจ เลดลี่ย์
  9. ยานนิค โบลาสซี่ เปลี่ยนตัว แบร์รี่ แบนแนน ลงมาในนาทีที่ 86
  10. มารูยาน ชามัคห์ 
  11. ดไวท์ เกล


ผู้เล่นสำรอง

  1. เวย์น เฮเนสซี่ 
  2. วิลฟรีด ซาฮา 
  3. เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 
  4. แอนดรูวส์ จอห์นสัน


มาดูระเบียนผู้เล่น พวกลิเวอร์พูล 4-2-3-1 :

  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกิโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน 
  6. โจ อัลเลน เปลี่ยน เอ็มเร่ ชาน ลงมาในนาทีที่ 74
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 
  8. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
  9. ฟิลิปป์ คูตินโญ่
  10. อดัม ลัลลาน่า เปลี่ยน ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาในนาทีที่ 71 
  11. ริคกี้ แลมเบิร์ต


ผู้เล่นสำรอง

  1. แบร๊ด โจนส์ 
  2. โคโล่ ตูเร่ 
  3. อัลแบร์โต้ โมเรโน่ 
  4. ลูคัส เลว่า 
  5. ลาซาร์ มาร์โควิช


กรรมการผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ติดตามชมดูคลิป ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก


เดอะคล็อปป์ได้โผล่ชื่อนั่งแท่นกุนซือหงส์แทนบีร็อด




ซึ่งบีร็อด นั้นคงจักได้เก้าอี้ร้อน ภายหลังที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรากฏชื่อเตรียมนั่งแท่นบัลลังก์กุนซือใหม่ ฝ่ายหงส์แดง หลังผลงานโคตรแย่ เก็บชัยได้แค่ 2 นัดจาก 12 เกม

ด้วยกันก็ดูเหมือนขาเก้าอี้กุนซือของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการฝ่าย ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จักขึ้นต้นสั่นคลอนเสียแล้ว ตราบล่าสุดมีรายงานว่า ทีมหงส์แดง ได้วางตัว เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ของ ทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลุ่มดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เข้ามาเสียบตำแหน่งแทน ภายหลังที่ บีร็อด นั้นเพิ่งพาคณะบุกไปพ่าย หมู่คริสตัล พาเลซ ที่ ถิ่นเซลเฮิร์ทส์ พาร์ค 1-3 ตราบใดวันอาทิตย์ที่ทะลุทะลวงมา วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ลอดมา

ซึ่งโปรแกรมบอลกรุ๊ปหงส์แดง นั้นได้ออกสตาร์ทฤดูกาล 2014 - 2015 ได้อย่างย่ำแย่ เก็บชัยชนะได้พ่าง 2 นัดเท่านั้นจากเกมลีก 12 นัดหลังสุด แถม 3 นัดล่าสุดจำนนรวดทั้งหมด รั้งอยู่ที่ 12 ของตาราง แข่ง 12 นัด มี 14 แต้ม

นั่นจึงทำให้แฟนๆ ชาวเดอะ ค็อป ด้วยกันเหล่าบรรดาเกจิลูกหนังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะว่าล่าสุดมีรายงานเกิดขึ้นว่าทางบอร์ดบริหารของ กลุ่มลิเวอร์พูล ได้วางแผนทาบทาม คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน ร็อดเจอร์ส หลังเจ้าตัวนั้นเคยออกมายอมรับว่าสนใจที่จะเข้ามาทำงานใน อังกฤษ

พร้อมกับที่ก่อนหน้านี้ กุนซือใหญ่ทัพ เหล่าเสือเหเล่าลือง ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องทำงานในแดนผู้ดีเอาไว้ว่า ผมคิดว่า อังกฤษ เป็นที่เดียวเท่านั้นที่ผมควรไปทำงาน ถัดจาก เยอรมัน ผมคิดว่า อังกฤษ นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว ก็เพราะว่ามันเป็นประเทศเดียวที่ผมรู้จักภาษา ซึ่งการทำงานของผมมันจำเป็นต้องใช้ภาษาอย่างมาก กับถ้าเกิดมีใครติดต่อผมมา มันก็น่าที่จักลองคุยดูนะ

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผลบอล: แฟนบอล ยานาไซ ห้ามดูหนอ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




เพราะว่า 3 คะแนนสำคัญของ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือกรุ๊ปรองบ่อนอย่าง ทีมคริสตัล พาเลซ 1 - 0 ครั้งสุดสัปดาห์ที่เปลี่ยนมา คงจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ แม้อดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงครั้นช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข ด้วยการวิเคราะห์บอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจะห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ ไม่ก็ถ้าจะให้พูดนักๆ ก็น่าจักเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจะทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล กลุ่มปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จะให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะกรุ๊ปโปรดของตัวเอง บางคณะันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วจริงๆ ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


พร้อมทั้งความครันแล้วผมหิวจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ ไม่ก็ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างมากหลายอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจักโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเโจษกที่จะเลี่ยงไปก่อน แต่ปางกาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็ขึ้นต้นได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหลือเลื่องแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหลือกระฉ่อนแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

ก็เพราะว่าเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ด้วยฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจักส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง กับจบด้วยการยึกๆ ยักๆ พร้อมด้วยอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ คณะปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

และผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวจริง ก็เพราะว่าเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก หมู่อสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงเพื่อติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจักเตือนว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จักรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ เหล่าปีศาจแดง นั้นมีเหนือ ฝ่ายปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อหมู่อย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ เพราะว่าเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของพวก พร้อมทั้งก่อนที่ ชาร์ลี จักไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย ด้วยกัน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล สมัยที่เพิ่งจักได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย แน่นอนๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจักมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เพราะมันจักทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง พร้อมทั้งดูเหมือนว่าโอกาสนี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจะถูกต้องเสียด้วย

กับนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง ด้วยกันให้ค่าจนเกินตัวไปอื้อมาก สิ่งที่ผมจะพูดถัดจากอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ ฝ่ายหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่พวกชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า พร้อมกับดูดีมีอนาคตกว่าเยอะแยะ

ซึ่งถ้าสมมติว่าใครจะหมายว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจักเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงเพราะไม่หวังผล ซึ่งถ้า ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวหลังจากนั้นลำยากแน่ๆ

ถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ผ่านไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า เริ่มต้นจะมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในทีมชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าต่างว่า ลองย้อนกลับไปตราบใดฤดูกาลที่แล้ว ระยะเวลาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น พร้อมกับก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงสนามในหมู่ชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค กรุ๊ปเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ หมู่คริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 และเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

และภายหลังนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง พอเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวแน่แท้ครั้งแรกในเกมที่พบกับ คณะซันเดอร์แลนด์ เพราะเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 และหลังจากเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่ริเริ่มตามจีบ พร้อมทั้งหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่ด้วยผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล หลังจากเกมดังกล่าวด้านบน หมู่ปีศาจแดง ก็จัดการมอบอนุสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์ไม่ใช่หรือเกือบๆ 3 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นอนุสัญญาที่เด็กอายุ 18 ปีจะได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์หรือไม่คาดว่า 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะพางชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

กับผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมเหรอไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าเหนื่อยมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมท่วมท้นมากๆ เลย พร้อมทั้งอย่างที่ชี้ละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับกรุ๊ป บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรคร่าวๆนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนใช่ไหมเปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นสบถสาบานยิ้มแป้น รับทรัพย์พร้อมทั้งเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่ทะเยอทะยานจักเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน ตรัสว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจะเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย แท้ครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

พร้อมด้วยผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จะเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในกรุ๊ป ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก คณะปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในกลุ่ม เราก็คือสายเเล่าลือดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกหมู่ชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

ด้วยกันรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น กับเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวแท้จริงบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนเพราะ : Giggsmanu11

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวฟุตบอลการรบพรีเมียร์ลีกพร้อมกับโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการด้วยฝ่ายใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส ด้วยกัน 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ เกริ่นซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • กลุ่มอาร์เซน่อล
  • เหล่าเชลซี
  • กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • ทีมลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจักทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ กรุ๊ปเชลซี ไว้หนึ่งกรุ๊ป

ด้วยกันเพราะว่าเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง เหล่าเรือใบ พร้อมกับ เหล่าหงส์แดง แชมป์และรองแชมป์ลีกทันทีที่ฤดูกาลที่ทะลุมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 คณะนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ เนื่องแต่สถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เกริ่นกันที่เหล่าลิเวอร์พูลหลังจากได้พ้นเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกพร้อมกับบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

พร้อมด้วยเนื่องมาจากในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางอาทิตย์ผมได้ดูฟอร์มฝ่ายจากอังกฤษ ซึ่งก็ย้ำเตือนเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จะชนะทุกๆ หมู่ในกลุ่มตัวเองใช่ไหมไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ เพราะด้วยโอกาสที่จักชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมเหรอไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

พร้อมด้วยอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจักเปิดกำแพงมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้เหล่าจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคเวลานี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการกรุ๊ป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งกลุ่มเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาครันในบอลถ้วยตามกระแสของ คณะแมนฯ ซิตี้ และ ทีมเชลซี ที่มีขนาดเหล่าใหญ่ ทำได้เปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ และสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้พวกเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาแน่นอนเหมือนกัน แม้จักมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง พร้อมทั้งมีถึง 2 ฝ่ายที่เข้าถึงรอบ 8 คณะสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร หมู่ลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ พวกเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีฝ่ายสุดอันตรายพร้อมด้วยประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

โดยที่หลายๆ ฝ่ายอาจจักมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับเหล่าที่เหนือกว่าทั้ง หมู่เรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว และแชมป์ 10 ระยะเวลา แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ปราชัยแล้วเล่นดีนี่สิ

พร้อมด้วยผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง คณะเรอัล มาดริด และ ฝ่ายลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็แท้อยู่ที่ว่า กลุ่มราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น เหล่าหงส์แดง คราวฤดูกาลที่ทะลวงมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว ฝ่ายเรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จักปราชัยชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่ศักยเป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ คณะลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงๆเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของพวกเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

พร้อมกับบางคนแจ้งให้ทราบยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง พวกหงส์แดง พ่ายเกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย หมู่บาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ เพราะว่าแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดทีมจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ เหล่าบาเซิ่ล ดันพ่ายแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จะต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจักไม่ได้แต้มกลับไป กับ กลุ่มบาเซิ่ล จะชนะ กลุ่มลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นแท้ๆ ที่พวกเขาพ่ายแพ้ ทีมเรอัล มาดริด 0-1 พร้อมกับ หมู่บาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหโจษจันอีก 2 นัด


พร้อมด้วยในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ กลุ่ม เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


พร้อมทั้งนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาสุทธิในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในทีมสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับจำนน เหล่าชุดขาว เพียง 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จักไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า ก็เพราะว่ารูปเกมกราบทูลได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกพร้อมทั้งศักยหักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ ต่อไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


พร้อมทั้งนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาทีมชาติเพื่อจะมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจะดูเหมือนว่าหมู่ไม่มี กัปตันเจิด จะดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามภายหลังนี้คือ

  • ประการแรก หมู่ลิเวอร์พูล เหตุการณ์จักเป็นอย่างไรหลังจากนั้น. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้กลุ่มเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือว่า. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จะได้ผลในเกมกับ ฝ่ายเชลซี ใช่ไหมไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ คณะบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า หมู่ลิเวอร์พูล นั้นจักเข้ารอบ 16 เหล่าสุดท้ายหรือไม่ไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด ฝ่ายนั้นจักยังรอบรู้เบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่เหรอเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย ด้วยกันใครที่จะเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมาอย่างยิ่งมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจะได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ ถ้าพวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจัก

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจักเตะปีหน้า นั่นจักทำให้พวกเขาพังแน่นอน ก็เพราะว่าหลายๆ หมู่ก็พังมาแล้ว จะมาหวังให้เป็นเหมือน กลุ่มปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคเวลากัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเเอิกเกริกกที่จักทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจักทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะว่าจักต้องมาพบเกมกับ คณะเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจะทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว เหตุด้วยแนวทางถัดของ ร็อดเจอร์ส

กับท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะส่วนต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจักเล่นดีเอง

และเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจักทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือขณะปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งแม้จะมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ กรุ๊ปลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องประภาษเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นคณะที่อันตราย แม้ช่วงนี้จักขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจักเลือก ปลดกับจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลตรงนี้ ปืนใหญ่ถือครองแชมป์ค่าตั๋วมีราคาที่สุดข้างในลีก

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ครองชมค่าตั๋วแพงที่สุดในลีก




ขายตั๋วหรือว่าขายอะไรกันเนี่ย? ล่าสุดทางสำนักข่าว BBC ได้ออกมาเปิดปากผลสำรวจค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของแต่ละพวกในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เพราะว่าราคาตั๋วที่แพงที่สุดในโอกาสนี้เป็นของทางด้านฝ่าย อาร์เซน่อล เพราะว่ามูลค่าจักอยู่ที่เกือบ 5,335 บาท พร้อมทั้งตั๋วที่ถูกสุดเป็นของคณะ นิวคาสเซิ่ล เพราะราคาตั๋วจักอยู่ที่คร่าวๆ 825 บาท

ซึ่งค่าของตั๋วที่จักเข้าชมศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในนัดต่างๆ นั้น พวกที่ครองอันดับราคาตั๋วที่แพงที่สุดก็คือพวก อาร์เซน่อล ด้วยกันเป็นมูลค่าที่เรียกได้ว่า แพงที่สุดใน 20 คณะของลีก เพราะข้อมูลนี้ทางสำนักข่าว BBC ได้ทำการสำรวจข้อมูลสถิติสนนราคาของตั๋ว ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือเหล่าปืนใหญ่ อาร์เซน่อลนั้นมีการจำหน่ายสนนราคาบัตรเข้าชมฟุตบอล มูลค่าที่สูงที่สุดอยู่ที่ ใบละ 97 ปอนด์ หรือคาดคะเนเป็นงินไทยอยู่ที่ ใบละ 5,335 บาทเลยทีเดียว

พร้อมทั้งจากการที่ทาง BBC ได้ออกมาแสดงตัวข้อมูลล่าสุดนี้ ทำให้พบข้อมูลในอดีตว่าพวกที่ยังมีอันดับการจำหน่ายตั๋วแพงที่สุดก็ยังคงเป็นกรุ๊ป อาร์เซน่อล เช่นเดิม ถึงแม้ว่าจักมีการลดมูลค่ามาแล้วจากฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ได้จำหน่ายในมูลค่า 126 ปอนด์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยกะ 6,930 บาท ทั้งยังครองอันดับตั๋วเข้าชมรายปีแพงที่สุด ซึ่งมีสนนราคาอยู่ที่ 2,013 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยประมาณ 110,000 บาท ส่วนสนนราคาที่ถูกที่สุดนั้นอยู่ที่ 1,014 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยประมาณ 55,770 บาท

กลับกันในขณะที่ สโมสรที่มีราคาตั๋วในแต่ละเกมส์ที่ถูกที่สุดนั้นเป็นของกรุ๊ป นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งได้จำหน่ายในราคาที่ถูกที่สุด อยู่ที่ใบละ 15 ปอนด์ หรือไม่คิดเป็นเงินไทยประมาณ 825 บาท ส่วนทางด้านของแชมป์เก่าในฤดูกาลที่แล้วอย่างกรุ๊ป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกได้ว่าเป็นทีมที่จำหน่ายตั๋วรายปีถูกที่สุด สนนราคาอยู่ที่ 229 ปอนด์ ใช่ไหมคิดเป็นเงินไทยหมาย 12,595 บาท

อันดับรายชื่อ 5 ทีมแรกของศึกพรีเมียร์ลีก ที่มีค่าตั๋วแพงที่สุด

  1. อาร์เซน่อล อยู่ที่ใบละ 97 ปอนด์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,335 บาท
  2. เชลซี อยู่ที่ใบละ 87 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยคะเน 4,785 บาท
  3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่ที่ใบละ 81 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 4,455 บาท
  4. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่ที่ใบละ 75 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยเกือบ 4,125 บาท
  5. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส อยู่ที่ใบละ 70 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 3,850 บาท

เห็นค่าตั๋วแบบนี้แล้วแฟนบอลชาวไทยอย่างเราๆ คงจักคิดว่า ไปดูที่ลานเบียร์ดีกว่ามั้ง ประหยัดตังไปได้หลายบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าสมมตใครที่หิวได้รับความมันส์แบบติดขอบสนามก็คงต้องขอบ่งว่า โชคดีเดินทางปลอดภัย ซื้อของมาฝากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ เพราะด้วยวันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
ติดตามข่าวฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก: มาเพ่งพิศที่สุดเครื่องใช้ศึกพรีเมียร์ลีก 7 นัดประถมกันดีกว่า

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ ที่สุดของที่สุดในช่วงบุกเบิกออกสตาร์ต




ในเกมส์ฟุตบอลสุดอาทิตย์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจักกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ภายหลังที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลกรุ๊ปชาติ เพราะแต่ละทีมจักต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ จนถึงตัดผ่านพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

พร้อมทั้งเพราะด้วยการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ทะลุทะลวงไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจะทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง พร้อมทั้งหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงขึ้นต้นต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง





1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เนื่องด้วยการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจักลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส ด้วยกัน 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็อพยพมาพร้อมด้วยโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ หรือไม่เข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับหมู่ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้สุทธิ ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก กับผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงประเดี๋ยวนี้





2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  เหล่าเลสเตอร์ 5-3 หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งหลังจากชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ พวกควีนส์ปาร์ค 4-0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้

พร้อมกับเมื่อยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง หมู่เลสเตอร์ในเกมถัดไป ฝ่ายปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าพร้อมทั้งใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด พร้อมทั้งขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน ครั้นเมื่อเสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา พร้อมกับโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

เพราะว่าหลังจากนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเกี่ยวกับผีแดง ก่อนจะโดนแซงขึ้นนำ 4-3 ด้วยกันเหเลื่องลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ปล่อยให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายแพ้ได้





3.เป็นเหล่าที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน


กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของฝ่ายไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการหมู่ ด้วยกันทำท่าว่าจะได้รับผลกระทบเต็มๆ

โดยหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำกลุ่มออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายพ่าย พร้อมด้วยในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

แต่ครั้นเมื่อได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ ริเริ่มที่จักติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป กรุ๊ปนักบุญก็ขึ้นต้นต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม หรือว่าอาจจะมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจักเพิ่งพ่ายแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด





4.เป็นเหล่าที่เดี้ยงอย่างยิ่งที่สุด: เหล่าอาร์เซนอล


ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาหมู่แชมป์โลกมาร่วมงานกับกลุ่มอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

พร้อมด้วยกลับกลายเป็นว่ากรุ๊ปปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญถ้าหาการบาดเจ็บของนักเตะเยอะเหมือนเดิม หรืออาจจะกระบุงโกยกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่งขณะดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว และอาจจะมีส่วนทำให้ผลงานของคณะไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ กับยังอยู่เหมือนอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก





5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: พอแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูกรุ๊ปเชลซี


เหล่าเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ โดยเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้กรุ๊ปสิงห์ครามเกือบจักเอาชนะ ทีมแชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะ แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับทีมมากมาย ก่อนจักถูก ปลดเปลื้องตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

โดยมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ เหล่าเรือใบสีฟ้า ซึ่งขอยืมตัวเขามาจาก พวกนิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมทั้งได้ยิงประตูตีเสมอเหล่าเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที พร้อมกับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจะไม่แสดงความดีใจออกมา

เพราะท่านรอบรู้ติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลบอล: วิพากษ์งานวิเคราะห์ผลบอลแบบสิ่ง รอย คีน

วิพากษ์วิจารณ์สไตล์ รอย คีน





เพราะหน้าข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ลอดมา ก็คงไม่มีประเด็นไหนชิงพื้นที่สื่อได้มากเท่ากับเนื้อหาในหนังสืออัตชีวประวัติเล่มที่สองในชีวิตของ รอย คีน อดีตกัปตันคณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกนำออกมาแสดงตนแพร่ให้ได้ชิมลางกันเป็นน้ำจิ้ม ก่อนที่หนังสือที่ชื่อว่า The Second Half ของเขาจะวางขายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้

ตัวของรอยคีน 43 ปี เพราะที่ในปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโค้ชของพวกชาติไอร์แลนด์พร้อมกับ เหล่าแอสตัน วิลล่า ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็น คนโผงผาง และ อารมณ์ร้อน มาแต่ไหนแต่ไร จนทำให้เขาต้องแยกทางกับปิศาจแดงแบบจบไม่สวยในปี 2005 หลังจากที่ได้ขนย้ายมาร่วมพวกตั้งแต่ปี 1993 พร้อมกับเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายมาตลอด รวมถึงได้สวมปลอกแขนกัปตันกรุ๊ปต่อจาก เอริก คันโตน่า ด้วย

สำหรับเนื้อหาเด็ด ๆ ในหนังสือฉบับนี้ของคีนคงหนีไม่พ้นการแฉวิเคราะห์บอลพร้อมกับดับเครื่องชนทั้งอดีตกุนซืออย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมทั้ง อดีตเพื่อนรวมกรุ๊ป พร้อมด้วยนี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อหาแสบๆ คันๆ ที่มาจากมุมมองพร้อมกับความเห็นของคีโน่


รอย กล่าวถึง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน




ถ้าสมมตเขาทำดีด้วย ผมจักคิดทันทีว่า นี่ต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์แน่ ซึ่งเขากระหายความสำเร็จพร้อมทั้งไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร การไม่อ่อนโยนกับใครคือจุดเด่นของเขา ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าเหล่าน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์มาก แต่ความเย็นชาของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้จัดการคณะแล้ว ผมต้องการเอาความอ่อนโยนของไบรอัน คลัฟกับความเฉียบขาดของเฟอร์กูสันมาผสมกัน แต่แน่นอนว่าต้องใส่ตัวตนของผมลงไปด้วยนะ



รอย กล่าวถึง กรุ๊ปคลาสออฟ 92



ด้วยกรุ๊ปฟุตบอลชุดคลาสออฟ 92 นั้นเป็นนักเตะที่ดี แต่บทบาทของพวกเขาที่มีต่อสโมสรถูกยกยอจนเกินเป็นแน่แท้ไปหน่อย เพราะคลาสออฟ 92 ดูเหมือนจักมีชื่อเสียงเฉพาะตัว กลายเป็นเหมือนยี่ห้อสินค้า เหมือนกับเป็นอีกฝ่ายหนึ่งในหมู่ของเรา พร้อมกับพวกเขาก็เหมือนจักชอบซะด้วย แต่เราทั้งหมดต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน เราทั้งหมดต่างก็มีความกระหายเหมือนกัน





รอย กล่าวถึง พอล สโคลส์




ด้านของสโคลซี่เป็นสุดยอดนักเตะแท้ๆ แต่ผมไม่ค่อยปลื้มกับภาพลักษณ์ความเป็นคนที่แสนจะติดดินของเขาเท่าไหร่นัก เขามีด้านอื่นๆ อีกเยอะแยะ แต่ทุกคนดูเหมือนจะคิดว่าเขายังอยู่แฟลตของรัฐบาลอยู่เลยมั้ง


รอย กล่าวถึง ปีเตอร์ ชไมเคิล




ตัวผมเองเคยมีเรื่องกับ ปีเตอร์ ตอนที่ได้ออกทัวร์ปรีซีซั่นครั้นปี 1998 คิดว่าน่าจะเป็นที่ประเทศฮ่องกงนะ ความเมาก็มีส่วนแหละ เขาสาธยายว่า ฉันเปิดฝาผนังเบื่อนายเต็มทีแล้ว เราต้องมาเคลียร์กันซักหน่อย

ผมก็เลยกราบทูลว่า ได้เลย แล้วเราก็ซัดกันนัว ผมตื่นมาวันรุ่งขึ้นแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก รู้แต่ว่ามือผมช้ำแล้วนิ้วก็ซ้น

ตอนนั้นเจ้านายด่าเราเละ ตอนที่อยู่บนรถบัส แล้วก็มีคนพูดเรื่องที่ผมกับปีเตอร์ทะเลาะกันที่โรงแรมให้ฟัง ตอนนั้นนิคกี้ บัตต์ทูลผมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปีเตอร์คว้าคอผมแล้วผมก็เฮดบัตต์เขา หลังจากนั้นเราก็ชุลมุนกันอยู่นาน



รอย กล่าวเรื่องการไม่ตรวจ ยาโด๊ปของ ริโอ เฟอร์ดินานด์




ซึ่งเขาเองนั้นก็ได้รับผลเสียจากเรื่องนี้กับฝ่ายก็เช่นกัน ถ้าผมเป็นเขา พร้อมกับหมอเปรยว่าผมต้องไปตรวจโด๊ป ผมก็คงจักไปตรวจ มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เราจะลืมกันได้ง่ายๆ

และมันไม่ใช่การไปรับจดหมายที่ไปรษณีย์ หรือไม่ลืมเอารองเท้ามา

ซึ่งในตอนที่หมอทูลว่าคุณต้องไปตรวจโด๊ปนะ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังมีบางคนขี้ลืมได้อย่างเหลือเชื่อ

ตัวผมไม่ได้มองว่าริโอมีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นนะ ผมคิดว่าเขาลืมจริงๆๆ ด้วยกันเราก็ต้องชดใช้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากคนหนึ่งกับเราก็ขาดเขาไป เพราะว่าเฉพาะในครึ่งหลังของฤดูกาลตอนที่การขับเคี่ยวเป็นไปอย่างเข้มข้น



รอย กล่าวถึง คริสติอาโน่ โรนัลโด้




ในนัดที่เราไปเตะกับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเพื่อฉลองเปิดสนามศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกใหม่ของพวกเขา ผมได้เห็นว่าโรนัลโด้เล่นได้แจ๋วแค่ไหนในวันนั้น เขาต้องดวลกับจอห์น โอเชีย พร้อมด้วยทำเอาเชียซี่แทบต้องขอยาแก้ปวดหัวกินในช่วงพักครึ่ง เพราะว่าตาลายกับลีลาการสับขาหลอกของเขา

หลังจากที่สโมสรบรรลุข้อตกลงซื้อขายเขาเลยหลังเกมนั้น เรายังอำกันอยู่เรื่อยๆ ว่าแน่แท้ๆ แล้วเชียซี่คือคนที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น ด้วยการเล่นได้ห่วยแตกมากในเกมนั้น

ส่วนตัวผมชอบโรนัลโด้ตั้งแต่แรกเลย เขามีความมุ่งมั่นด้วยกันทัศนคติที่ดี พอได้เห็นเขาซ้อมแค่ไม่กี่วัน ผมคิดเลยว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในอนาคตแน่

พร้อมด้วยเขาเพิ่งจักอายุแค่ 17 ปีแต่กลายเป็นนักเตะที่ขยันซ้อมที่สุดคนหนึ่งในทีมทันที เขารูปหล่อกับเขาก็รู้ตัวด้วย พอมองดูนักเตะคนอื่นๆ ในกระจก ผมคิดว่าพวกแกนี่หุ่นไม่ได้เรื่องเลย แต่โรนัลโด้ดูใสซื่อพร้อมทั้งดูดีแท้ๆ




รอย กล่าวเรื่อง การขัดแย้งกับตัว คาร์ลอส คีรอซ





ซึ่งผมได้ปริปากเขาว่า อย่าสะเออะ มาพูดกับผมเรื่องความจงรักภักดีนะคาร์ลอส ครั้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนคุณเพิ่งทิ้งกลุ่มนี้เพื่อไปกำกับเรอัล มาดริดภายหลังอยู่ได้แค่ 12 เดือน อย่าบังอาจมาสงสัยเรื่องความจงรักภักดีของผม ผมเคยมีโอกาสจะได้เขยิบไปยูเวนตุสและบาเยิร์น มิวนิคมาแล้ว




รอย กล่าวถึง จุดแตกหักกับ กรุ๊ปแมนฯ ยูไนเต็ด





ตัวผมนั้นเพิ่งรู้มาไม่กี่วันก่อนว่าสโมสรพยายามจักเขี่ยผมทิ้ง ผมประภาษกับเฟอร์กูสันว่า ผมจักขอไปเล่นให้ทีมอื่นได้มั้ย? ซึ่งเขาก็บอกกล่าวว่า ได้เลย ก็เพราะว่าเราจะฉีกคำมั่นนายทิ้งอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่า ได้เลย ผมจักจัดการเรื่องนี้เอง

ในตอนนั้น ผมรู้ว่าหลายเหล่านั้นจะติดต่อมาแน่ถ้าข่าวนี้ออกไป ผมเลยแย้มไปว่า งั้นผมคิดว่าเราคงต้องจบกันแค่นี้แล้วล่ะ ตอนนั้นผมแค่คิดว่าไอ้พวกงี่เง่าเอ๊ย แล้วผมก็ยืนขึ้นพร้อมกับพูดว่า โอเค งั้นผมไม่อยู่ต่อ




สมรรถติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ผลบอล ได้ที่ http://footballclubpza.blogspot.com/


วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 รอบชิงทรัพย์เหรียญทองแดง ไทย พบเห็น อิรัก

รายงานสด! ศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 

รอบชิงเหรียญทองแดง “  ไทย พบ อิรัก ”



วิเคราะห์ผลบอลรายงานสดฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ 2014 รอบชิงเหรียญทองแดง ระหว่าง กรุ๊ปชาติไทย พบ กรุ๊ปชาติอิรัก แข่งที่สนามอินชอน สเตเดี้ยม ประเทศเกาหลีใต้



เพราะหลังจากที่เริ่มต้นมาได้ 3 นาที เป็นพวกอิรักที่ได้ทักทายทีมไทยก่อน จากจังหวะที่กองหลังไทยผิดพลาดให้บอลตัดผ่านมาถึง ยูนิส มาห์มูด กองหน้าตัวเก๋าของกรุ๊ปได้วางเท้ายิงโล่งๆในกรอบเขตโทษ โชคยังดีที่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าหวาดเสียว



และในนาทีต่อมาฝ่ายไทยบุกกลับ ซึ่งเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเก่งได้ยิงในกรอบ 6 หลาจากลูกชุลมุน แต่ไม่เต็มเท้าเท่าไร ผู้รักษาประตูอิรักเลยคว้าไว้ได้

โดยที่ช่วงเวลาที่เหโจษ ทั้งสองฝ่ายเปิดเกมบุกใส่กันอย่างสนุก ถึงแม้ว่ากลุ่มอิรักจะดูวูบวาบกว่า แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เฉียบคมพอที่จะเป็นประตู จบครึ่งแรก ผลบอลเสมอกันอยู่ 0-0

ในนาทีที่ 57 มาห์มูด ได้ลองยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลข้ามคานไปไม่ไกล



พร้อมทั้งแล้วพวกอิรักมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมนาทีที่ 62 เป็น มาห์มูด คนเดิมที่โหม่งเสียบเสาสองเข้าไป

ในนาทีที่ 79 ชารีล ชัปปุยส์ กองกลางตัวเก่งของไทยได้โอกาสยิงไกล 25 หลา บอลพุ่งได้ลุ้นแต่ยังไม่ดีพอที่จะข้ามมือผู้รักษาประตูอิรัก

ซึ่งหมู่ไทยน่าได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จาก อดิศักดิ์ ได้ตั้งป้อมยิงโล่ง ๆ ตรงเส้นกรอบเขตโทษ แต่กดไม่ลง บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

เพราะว่าในช่วงเวลาที่เหโจษ ทีมชาติไทยเปิดเกมบุกอย่างหนักหวังตีเสมอให้ได้ อิรักทำได้แค่ตั้งรับและรอสวนกลับเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

ทำให้จบเกม กลุ่มอิรัก ชนะ กลุ่มไทย ไป 1 - 0 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง ส่วนพวกชาติไทยได้อันดับ 4



มาดูระเบียน 11 ผู้เล่นตัวแท้ฟุตบอลหมู่ชาติไทย :

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์. ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู ด้วยกัน กัปตันทีม
  2. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์
  4. ชิติพัทธ์ แทนกลาง
  5. นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม
  6. ปกเกล้า อนันต์
  7. ชารีล ชัปปุยส์
  8. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  9. นูรูล ศรียานเก็ม
  10. ชนาธิป สรงกระสินธ์
  11. อดิศักดิ์ ไกรษร

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/2014/10/2014_2.html

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

UFA วิเคราะห์บอลศึก ฟุตบอลยูฟ่า แชเปี้ยนลีก เหล่าบาเยิร์น มิวนิค VS คณะแมนฯ ซิตี้


  • แข่งฟุตบอลกลุ่มอี
  • 1.บาเยิร์น มิวนิค VS 2.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • แข่งวัน: พุธที่ 17 กันยายน 2557
  •  เวลาแข่ง: 01.45 นาฬิกา
  • สนามแข่ง : อัลลิอานซ์ อารีน่า
  • กรรมการผู้ตัดสิน: อัลเบร์โต้ มาเญนโก้ ประเทศสเปน
  • สภาพอากาศ : 15-18 °C, มีเมฆบางส่วน
  • ช่องถ่ายทอดสด :  TrueSport 1

เพราะโปรแกรมบอลผลการพบกัน 2 นัดหลังสุด ท้าย

  1. วันที่ 10-12-2013 UFA กลุ่มบาเยิร์น 2 – 3  พวกแมนฯ ซิตี้
  2. วันที่  2-10-2013  UFA เหล่าแมนฯ ซิตี้ 1 – 3 พวกบาเยิร์น

ตารางบอลผลงาน 5 นัดหลังสุด
คณะบาเยิร์น

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล ชนะ หมู่สตุ๊ตการ์ท ผลบอล 2-0 (เป็นฝ่ายเหย้า)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล เสมอ กลุ่มชาลเก้ ผลบอล 1-1 (เป็นทีมเยือน)
  3. วันที่ 22-8-2014 ผล ชนะ ฝ่ายโวล์ฟสบวร์ก  ผลบอล 2-1 (เป็นพวกเหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ ทีมพรอยส์เซ่น ผลบอล 4-1 (เป็นหมู่เยือน)
  5. วันที่ 13-8-2014 ผล พ่ายแพ้ ทีมดอร์ทมุนด์ ผล บอล 0-2 (เป็นคณะเยือน)

ฝ่ายแมนฯ ซิตี้

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล เสมอ ทีมอาร์เซนอล ผลบอล 2-2 (เป็นกลุ่มเยือน)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล จำนน หมู่สโต๊ค  ผลบอล 0-1 (เป็นกรุ๊ปเหย้า)
  3. วันที่ 25-8-2014 ผล ชนะ หมู่ลิเวอร์พูล  ผล บอล 3-1 (เป็นฝ่ายเหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ ฝ่ายนิวคาสเซิล  ผลบอล 2-0 (เป็นคณะเยือน)
  5. วันที่ 10-8-2014 ผล พ่ายแพ้ พวกอา ร์เซนอล ผลบอล 0-3 (เป็นพวกกลาง)

วิเคราะห์บอลความพร้อม พร้อมทั้ง สภาพ ของพวก
ทีมบาเยิร์น

  • ทางด้านอาร์เยน ร็อบเบนส่อฟิตไม่ทัน
  • ในนัดนี้ ฟร็องค์ ริเบรี่ได้คัมแบ็กกลับมาลากเลื้อยได้แล้ว
  • ทางด้านดาวิด อลาบาคงจะถูกขยับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่ชาบี้ อลอนโซ่
  • ก็เพราะว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์
  • ฆาบี้ มาร์ติเนซ
  • ติอาโก้ อัลคันทา นั้นก็ยังเจ็บอยู่
  • แนวรับนั้นเสีย โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ไปในนัดที่แล้ว
  • กับทางด้านราฟินญ่ายังไม่ฟิต

ฝ่ายแมนฯ ซิตี้

  • ทางด้านปาโบล ซาบาเลต้ามีโทษแบนติดตัวมา
  • และบาการี ซานญ่าน่าจักได้ยืนแบ็กขวาแทน
  • ส่วนในแดนกลาง แฟร์นานโด ส่อฟิตไม่ทัน
  • แต่ว่า ยายา ตูเร่ ที่ถูกพักไว้ในเกมลีก พร้อมกลับมาเป็นตัวหลักได้
  • ทางด้าน เอดิน เชโก้ นั้นมีลุ้นยืนในแนวรุกแทน เซร์จิโอ อกูเอโร่
  • ในส่วนของ สเตวาน โยเวทิช นั้นยังเจ็บ

รายนามนักเตะโดนแบน: ปาโบล ซาบาเลต้า

วิเคราะห์ฟุตบอลรูปเกม
เท่าที่สองทีมยักษ์ใหญ่โคจรมาพบกันตั้งแต่นัดแรก พร้อม ด้วยคงไม่มีใครหิวพลาดท่าก่อนแน่ กรุ๊ปบาเยิร์นที่ฟอร์มยังไม่แรงในการออกสตาร์ทซีซั่นนี้กับมีปัญหานักเตะเจ็บบานตะเกียง คงต้องเน้นเต็มที่เพื่อสยบ กรุ๊ปแมนฯ ซิตี้ที่ผลงานยังไม่นิ่งลงให้ได้ แต่เรือใบก็น่าจักมีทีเด็ดพอที่จักบุกมาลุ้นแย่งแต้มออกจากถ้ำเสือใต้ได้

บัญชีชื่อผู้เล่น 11 คน แรกที่คาดว่าจะได้ลง

เหล่าบาเยิร์น 4-3-3 : 

  • 1.มานูเอล นอยเออร์
  • 21.ฟิลิปป์ ลาห์ม
  • 17.เจอโรม บัวเต็ง
  • 4.ดันเต้
  • 18.ฆวน เบรนาท
  • 3.ชาบี้ อลอนโซ่
  • 27.ดาวิด อลาบา
  • 25.โธมัส มุลเลอร์
  • 19.มาริโอ เกิทเซ่
  • 7.ฟร็องค์ ริเบรี่
  • 9.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ชื่อผู้จัดการหมู่ : เป๊ป กวาร์ดิโอ ลา


คณะแมนฯ ซิตี้ 4-2-3-1 : 

  • 1.โจ ฮาร์ท
  • 3.บาการี ซานญ่า
  • 4.แว็งซองต์ กอมปานี
  • 26.มาร์ติน เดมิเคลิส
  • 11.อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ
  • 25.แฟร์นานดินโญ่
  • 42.ยายา ตูเร
  • 8.ซาเมียร์ นาสรี่
  • 21.ดาวิด ซิลา
  • 7.เจมส์ มิลเนอร์
  • 10.เอดิน เชโก้

ชื่อผู้จัดการพวก : มานูเอล เป เญกรินี่


ฮอตสกอร์ที่คาดว่าจักเกิด : ผลเสมอ 1-1
เกร็ดที่น่า รู้

  1. เพราะนัดนี้ทั้งสองหมู่พบกันในรอบแบ่งกลุ่มแชมเ ชันษา้ยนส์ลีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ชันษา เพราะมีสถิติชนะ 2 แพ้ 2 เท่ากันใน 2 ครั้งก่อน
  2. ทีมบาเยิร์นปราชัยแค่ 3 จาก 20 นัดที่พบ กับฝ่ายจากอังกฤษในบ้าน ชนะ 11 เสมอ 6 จำนน 3

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลข้าวของเครื่องใช้คณะแมนยูรวมทั้งช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ของใช้หลุยส์ ฟาน กัลพร้อมกับข่าวการซื้อหาตัวของคณะลิเวอร์พูล



นี่ยังมีชีวิตอยู่ช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ของหลุยส์ ฟาน กัล


สำหรับฟุตบอลฤกษ์ที่ ไม่ชนะ การจะพูดจาอะไรต้องระมัดเฝ้าให้รอบคอบครับ เพราะว่าผลที่ตามมาอาจแว้งเข้าหาตัวเองเอาได้ง่าย ๆ

อย่างอาทิเช่น ทีมแมนฯยูไนเต็ด แพ้ ทีมเอ็มเค ดอนส์ 0 - 4 ตกรอบ 2 ศึกแคปปิตัลวัน คัพ ที่ผ่านมา หลุยส์ ฟาน กัล ได้คอมเมนต์ถึง ปรัชญา หรือ Philosophy ในการทำทีมของเค้าว่าต้องใช้เวลา

ซึ่งอารมณ์ก็คือ ประมาณว่า แฟน ๆ ต้องเชื่อในปรัชญาว่า เรากำลังสร้างทีมที่ไม่สามารถสำเร็จได้ใน 1 เดือน หรือ 1 ปี

นั่นก็หมายถึงกุนซือวัย 63 ปีต้องการ เวลา เหมือนครั้งหนึ่งที่ เจ้าตัวเคยเปรยว่า เค้ามักต้องมี 3 เดือนในการทำให้เสมอตัวเองกับทีมใหม่ทุกทีมที่ไปคุม


ภาพหลังจากที่โดนทีมจากลีก วัน ถล่ม 4-0 เฉย

ซึ่งหากเป็นดังนั้น ไทม์ไลน์ ของ ฟาน กัล หลังเข้ามารับงานบริบูรณ์ตัวตอนกลางเดือน กรกฎาคม หลังจบการศึกษาบอลโลก 2014 เห็นจะเป็น 
กลางเดือน ตุลาคม ที่จะถึงนี้จึงค่อย ประเมิน รอบแรกผลงานของตัวเค้าเอง

และก็น่าจะ เหมาะสม นะครับ เพราะถึงตอนนั้น โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก็น่าจะเดินทางถึงนัดที่ 8 หรือเกือบ ๆ 1 ใน 4 ของฤดูกาลแล้ว

ซึ่งสมมติมองในแง่ของ ภาพรวม ผมขอยินยอมวาง ไทม์ไลน์ การวิเคราะห์บอล และประเมินผลงานไว้ดังนี้นะครับ

การเตะ 6 นัดน่าจะพอเพียงให้นักเตะทั้งที่ไป/ไม่ไป บอลโลก 2014 รวมถึงการเตรียมทัพของกุนซือแต่ละคนกลับมาเข้าที่เข้าทาง และผู้เล่นคืนสภาพ ความฟิต กลับมาได้ถึง 100%


เป็นภาพหน้าบอกบุญไม่รับและไร้ราศีเมื่อเทียบกับช่วงปรีซีซั่น

และยังรวมถึง ทีมเวิร์ก และ 11 คนแรกก็น่าจะชัดเจนขึ้น หรือว่าก็คือรอถึงสักสิ้นเดือน กันยายน 2014 นะครับ 27 กันยายน 2014

ซึ่งจากนั้น ในเดือน ตุลาคม น่าจะเป็นเดือนที่ได้ เก็บเกี่ยว ผลงาน และเริ่มวัดกันได้แล้วว่า ใครของจริง/ของปลอม เนื่องจากเวลานั้นเป็นเวลา พอสม แล้วในจังหวะเข้าสู่ช่วง 1 ควอเตอร์ หรือ 1 ใน 4 ของฤดูกาล

ในสุดท้ายเดือน พฤศจิกายน ที่ตามสถิติทุกซีซั่นจะเป็นเดือน แยกทาง ระหว่างผู้จัดการทีม และฝ่ายบริหารมากที่สุด เราก็คงได้เห็นว่า ใครอยู่ หรือไป

ในช่วงเดือน ธันวาคม หรือช่วง คริสต์มาส มักจะมีคำพูดกันว่า ใครเป็นจ่าฝูง หรือรั้งบ๊วย ส่วนหลังคริสต์มาส โอกาสจะแชมป์ หรือตกชั้นจะสูงถึง สูงสุด 26 ธันวาคม จะเป็นนัดที่ 19 หรือครึ่งทางพอดี

ซึ่งก่อนที่เดือน มกราคม ศกหน้าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเข้าสู่ครึ่งซีซั่นหลัง และตลาดนักเตะรอบ 2 จะเปิดให้แก้ตัว/ปรับกำลังพลกันอีก 1 เดือน

และโดยการ ทาบกัน ระหว่าง ไทม์ไลน์ ของผม กับหลุยส์ ฟาน กัล ช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก ๆ ด้วยว่าทีมปิศาจแดง ก็คือ
  • เดือน กันยายน ในช่วง 3 ศศิ ฟาน กัล
  • เดืน ตุลาคม จะต้องมี 11 คนแรกที่ดีที่สุด พร้อมด้วยทีมเห็นหัวเห็นหาง
  • ในช่วง คริสต์มาส 25 ธันวาคม ครึ่งฤดูกาล
  • มกราคม ศกหน้า จะเปิดท้องตลาดนักเตะรอบ 2


เหรอว่าอันที่จริงแล้วชิ้นงานย่ำแย่เมื่อซีซั่นก่อน ไม่ใช่ความผิดของ เดวิด มอยส์

และที่เพิ่มเติมจากนี้คือ เดวิด มอยส์ โดนปลดจากตำแหน่งหลัง เสียสถิติ โน่น นี่ นั่น มากมายก่ายกองกระทั่งคอนเฟิร์มการชวดไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลัง 10 เดือนในหน้าที่

โดยนัดที่ 34 ในเดือน เมษายน 2014 ขณะมีแต้มตามหลังทีมอันดับ 4 ลุ้นไปเตะ UCL 13 แต้มซึ่งไล่ไม่ทันแล้ว

และแน่นอนครับ เมื่อวานผมแตะแล้วว่า ณ 27 สิงหาคม นี้แมนฯยู ฯ เหลือเพียง เอฟเอ คัพ เป็นโทรฟี่ใบเดียวให้ได้ลุ้น

โดยที่สเต๊ปต่อไปคือ ลุ้นไปเตะ UCL ที่ผมจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่า หากถึงวันที่ทีมปิศาจแดง อาจจะไม่ได้เตะอีก 1 ซีซั่น

และอะไรจะเกิดขึ้นกับ หลุยส์ ฟาน กัล และเจ้าตัวยังจะได้รับ หน ให้สานฝันปรัชญาการทีมแบบที่ต้องการต่อไปหรือ



ข่าวหรือไม่จริง เมื่อทีมผีตอบรับข้อเสนอวิลล่า440 ล้านซื้อเคลฟ



สำหรับสาวกทีม ผีแดง จะรู้สึกไง  คราวสื่อ ผู้ดีได้ เผยว่า เคลฟเวอร์ลี่ย์ ตระเตรียมย้ายทีม หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ขานข้อเสนอของ วิลล่า ที่ยื่นข้อแนะนำ 440 ล้านบาท เพื่อดึงนักเตะรายนี้ไปเสริมทัพ

โดยที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าได้ตอบรับข้อเสนอจำนาน 8 ล้านปอนด์หรือ 440 ล้านบาท จาก แอสตัน วิลล่า เพื่อนเล่นร่วมลีก ที่ยื่นเข้าขอซื้อตัว ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ มิดฟิลด์เลือด ผู้ดี ไปร่วมทีมก่อนตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดตัวลง เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากรายงานของ สกาย สปอร์ต สื่อดังแดน ผู้ดี ระบุว่า มิดฟิลด์วัย 25 ปี ยังโชว์ฟอร์มในสนามได้ไม่ดีนัก ทำให้นักเตะรายนี้เตรียมถูก ทีมปีศาจแดง ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือใหญ่ ปล่อยตัวออกจากสโมสร โดยมี ทีมสิงห์ผงาด ให้ความสนใจ และล่าสุดมีการปิดเงียบเผยว่าหลังจาก วิลล่า ได้เข้าไปพบปะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว

และทั้งนี้ทาง เคลฟเวอร์ลี่ย์ เป็นนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ชุดเยาวชน ก่อนจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2011 ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ ทีมปีศาจแดง แต่กระนั้นหลังจาก ป๋า วางมือ และใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจแฟนบอล ทีมเร้ด เดวิลส์ มากนัก แม้จะได้รับโอกาสลงสนามมากถึง 44 นัด ในเกมลีก ก็ตาม



ข่าวลือว่า ซงจ่อเข้าตรวจร่างกายย้ายซบขุนค้อน 1 ปี


กลายเป็นคดีพลิก หลังขุนค้อน มาแรง จ่อกระชากหัว ซง พ้นม้านั่งสำรอง ทีมบาร์ซ่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล สื่อคาดดาวเตะผิวสี เตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกายสุดสัปดาห์นี้

สำหรับอเล็กซ์ ซง มิดฟิลด์ตัวสำรองของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ตกเป็นข่าวเตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกาย ย้ายมาร่วมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากที่เจ้าตัวแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู

โดยก่อนหน้านี้มีหลายสโมสร ที่มีข่าวพัวพันธ์กับอดีตดาวเตะของทีมอาร์เซน่อลรายนี้ทั้ง 

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. ลิเวอร์พูล 
  3. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 

ที่เป็น 3 ทีมดังจากแดนผู้ดี ทว่าล่าสุดกลับมีข่าวอย่างหนาหูกับทัพ ทีมขุนค้อน ถึงขนาดเตรียมบินมาวิเคราะห์ร่างกายในเร็ววันนี้เลยทีเดียว โดย ซง ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่ของ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ กองกลางตัวหลักที่มีข่าวว่ากำลังจะย้ายออกไปจากถิ่นอัพตัน พาร์ค

โดยการวิเคราะห์ผลบอลที่ทั้งนี้ จอมทัพชาวแคเมอรูน วัย 26 ปี ย้ายจาก ทีมไอ้ปืนใหญ่ มาร่วมทัพ ทีมเจ้าบุญทุ่ม เมื่อปี 2012 แต่กลับไม่สามารถสอดระคนตำแหน่งตัวจริงในทีมได้เลย ทำให้เจ้าตัวต้องการที่จะย้ายออกไปเพื่อได้รับโอกาสลงสัมผัสสนามมากกว่าเดิม โดยทั้งปวง 2 ปีกับบาร์เซโลน่า ลงเล่นไปทั้งสิ้น 65 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งโดยมากเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรอง และในบอลถ้วยซะมากกว่า


เมื่อแอ็กเกอร์ จ่อชิ่ง หงส์ หวนซบตัก บรอนด์บี้


เป็นข่าวแต้มสีกันสะพัด แอ็กเกอร์ ไม่ทน เตรียมขนข้าวขนของหวนซบตัก บรอนด์บี้ ในแหล่งเกิดแดนโคนม หลังเป็นแค่สำรองกับ หงส์แดง หวังค่าตัวราว 135 ล้านบาท

เมื่อดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ เซ็นเตอร์แบ็กจอมอาพับของ ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า จัดเตรียมย้ายกลับไปค้าแข้งกับ บรอนด์บี้ อดีตต้นสังกัดเก่าในลีกบ้านเกิดที่ เดนมาร์ก ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะจะปิดฉากลงในอีกไม่กี่วันนี้ ภายหลังบทบาทของเจ้าตัวนั้นเป็นแค่ตัวสำรองของ ทีมหงส์แดง

สำหรับแอ็กเกอร์ แทบไม่ได้โอกาสลงเล่นให้กับทีม ลิเวอร์พูล เลยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นเลือกให้ มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล เป็นคู่หูปราการหลังตัวจริง และยิ่ง ทีมหงส์แดง ได้ตัว เดยัน ลอฟเรน มาอีก 1 รายเมื่อไม่นานมานี้ จึงทำให้หนหน้าของ แอ็กเกอร์ ในถิ่น แอนฟิลด์ ริบหรี่ลงทุกที ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า 
ทีมบาร์เซโลน่า
ทีมแอตเลติโก มาดริด 
ทีมนาโปลี 

ได้ให้ความสนใจดึงตัวไปร่วมทีม

แต่ทำนองก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า แอ็กเกอร์ เตรียมที่จะกลับไปอยู่กับ บรอนด์บี้ ในลีกบ้านเกิดแดนโคนม หลังทั้ง 2 ฝ่ายมีการเจรจาบรรลุข้อแม้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดกันว่าค่าตัวนั้นน่าจะอยู่ที่ 3 ล้านปอนด์หรือ 135 ล้านบาท

สำหรับ แอ็กเกอร์ วัย 29 ปีอยู่กับ บรอนด์บี้ มาตั้งแต่เป็นแข้งในศูนย์ฝึกเยาวชน จากนั้นก็ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2004 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงปี 2006 โดยลงเอาใจใส่ทัพ ทีมหงส์แดง ไปแล้วทั้งสิ้น 232 เกม ยิงได้ 14 ประตู



ก็ยังเหมือนเดิมเมื่อ ผีฟอร์มยังฝืดบุกเจ๊าทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0



  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 
  • ทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • แข่งที่สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
  • มีผู้ตัดสิน : คริส ฟอย
  • ชมถ่ายทอดสดทาง http://footballclubpza.blogspot.com/

โดยที่เริ่มเกมครึ่งแรก

ในนาทีที่ 3 ฝั่งเจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์ มีทางลุ้นก่อน จากพรีคิกนอกกรอบโทษ เดวิด โจนส์ ปั่นด้วยซ้ายข้ามแพง เด เคอา ได้แต่มอง แต่ดวงขึ้นบอลไปชนคาน ทำให้ทีม แมนฯยูฯ รอดไม่เสียประตู


นาทีที่ 15 โอกาสครั้งแรกของ ทีมแวะเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด จาก อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลยาวจากกลางสนาม ให้ ฟาน เพอร์ซี่ พักบอลลงได้ ก่อนอัดด้วยซ้ายมุมแคบ แต่ไปตรงตัว ทอม ฮีตัน

นาทีที่ 27 เบิร์นลี่ย์ ได้ลุ้น เมื่อ ดิ มาเรีย เกี่ยวบอลลงไม่ดี บอลมาเข้าทาง เดวิด โจนส์ บริเวณนอกกรอบวิ่งมาซัดเต็มข้อฟุตบอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ เด เคอา ต้องออกแรงทุบทิ้งออกหลังไป

นาทีที่ 37 ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม จากที่ไปดึง แดนนี่ อิงก์ส

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ทั้งสองทีมยังไม่อาจจะทำอะไรกันได้ จบเกมครึ่งแรก เบิร์นลี่ย์ เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 0-0

เข้าสู่เกมในครึ่งหลัง


นาทีที่ 52 ทีมเยือน มีโอกาสลุ้นก่อน เมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จ่ายบอลเข้ากลางให้ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนดึงจังหวะไหลบอลต่อให้ ดิ มาเรีย ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดทางซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ติดบล็อคแนวรับ เจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์

นาทีที่ 59 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตู จาก เบ็น มี เคลียร์บอลหน้าประตูไม่ขาดบอลมาเข้าทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ซัดด้วยซ้ายบอลตรงกรอบ แต่ไปติดแผงหลัง เบิร์นลี่ย์ สกัดออกมาได้ทัน

นาทีที่ 61 ดาเรน เฟล็ทเชอร์ โยนบอลเข้าเขตโทษถึง ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกเช็ด แต่ข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 70 แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนแรกเอา อังเคล ดิ มาเรีย ออก ส่ง อันแดร์สัน ลงเล่นแทน

ในนาทีที่ 72 ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนที่สอง เอา ฟาน เพอร์ซี่ ออก ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงเล่นแทน

นาทีที่  80 แดนนี่ เวลเบ็ค จ่ายบอลคืน ให้ ฆวน มาต้า ซัดไกลนอกกรอบ แต่บอลโด่งข้ามคานออกไป

เข้าสู่ช่วงทดเวลา แมนฯยูฯ บุกมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ทำให้จบ90นาที เบิร์นลี่ย์ เปิดบ้านยัน เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ 0-0 แบ่งทีมละหนึ่งแต้ม

------------------------------------------------------------------------------------

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง ของทั้งสองทีม

ทีมเบิร์นลี่ย์ : 
  1. ทอม ฮีตัน 
  2. เบ็น มี
  3. เจสัน แช็คเคลล์
  4. ไมเคิ่ล ดัฟฟ์
  5. คีแรน ทริปปิเยร์
  6. ดีน มานี่ย์
  7. แม็ธธิว เทย์เลอร์
  8. สก็อตต์ อาร์ฟิลด์
  9. แดนนี่ อิ้งส์
  10. เดวิด โจนส์ 
  11. ลูคัส จัตคีวิซส์

ราชื่อผู้จัดการทีม : 
  • ฌอน ไดช์

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 
  1. ดาบิด เด เคอา 
  2. ฟิล โจนส์
  3. จอนนี่ อีแวนส์
  4. ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์
  5. อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  6. แอชลีย์ ยัง
  7. ดาเรน เฟล็ทเชอร์
  8. ฆวน มาต้า
  9. อังเคล ดิ มาเรีย
  10. เวย์น รูนีย์ 
  11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

บัญชีรายชื่อผู้จัดการทีม : หลุยส์ ฟาน กัล



โดยการประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เบิร์นลี่ย์ 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด